มุมมอง

ธุรกิจวันนี้ที่ออสเตรเลีย 1

นโยบายแห่งชาติมีผลต่อระบบการคิดของธุรกิจ

ในแวดวงธุรกิจปัจจุบันนั้นต่างพัฒนาเข้าสู่รูปแบบสากล ที่เน้นการแข่งขัน และต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่เป็นแรงกดดันให้พัฒนาไม่รู้จบ ดังนั้นความสำคัญของนโยบายของรัฐที่จะต้องตอบสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองต่อแนวทางธุรกิจจริงจึงมีผลกระทบมากขึ้น sigmaessays.com/editing-service/ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั่วโลก เป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุหลักที่เป็นแรงขับของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายๆ อย่าง เช่นการลดราคาของระบบคอมพิวเตอร์ การสื่อสาร การขนส่งเดินทาง เหล่านี้คือการพัฒนาของโลก ตลาดแรงงานและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวที่เกี่ยวข้องกับประชาชนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

แกนกลางของการปรับเปลี่ยนระดับโลกนั้นก็คือ การสร้าง นวัตกรรมกรรม การศึกษาวิจัยเพื่อให้เกิดความพร้อมในการแข่งขันระดับประเทศ เป็นผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจข้ามชาติ การเพิ่มจำนวนการค้าขายลงทุน การเพิ่มการร่วมมือ และการลงทุนร่วมที่มีความซับซ้อนทั้งด้านการผลิตและการตลาด การค้นพบใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์ได้ปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมทั้งหมด ปรับตลาดด้านการเงิน ส่งสัญญาณให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในสังคมถึงความต้องการ การบริหารการปกครองที่โปร่งใสที่ดีการค้าขายที่ผ่านระบบอีเลคโทรนิค ที่มีรูปแบบหลากหลายที่ท้าทายทั้งภาพธุรกิจและองค์กรรัฐ

นโยบายแห่งชาติมีผลต่อระบบการคิดของธุรกิจ

ในสังคมเศรษฐกิจใหม่ที่ใช้ความรู้ความเข้าใจเป็นพื้นฐานการเติบโตที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา ทำให้เกิดแนวทางการวางนโยบายใหม่ของออสเตรเลียที่เน้นการพัฒนาตามกระแสปรับเปลี่ยนของโลก โดยนโยบายมีการกำหนดปัจจัยสี่ด้านที่สำคัญด้วยกันดังนี้

รัฐบาลจะต้องให้ความสนใจทั้งด้าน การศึกษาพัฒนา และการสร้างสิ่งใหม่ องค์กรต่างๆจะต้องเพิ่มการลงทุนด้านนี้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ประเทศใน
กลุ่มOECD ปัจจุบันได้ใช้จ่ายงบประมาณเป็นสัดส่วน 1.8% ของรายได้ของธุรกิจเพื่อการศึกษาพัฒนา การใช้จ่ายในด้านการศึกษาพัฒนาได้เพิ่มขึ้นกว่า 30 %ภายใน15 ปีที่ผ่านมา สิ่งแรกที่รัฐควรจะเข้าไปช่วยเหลือการวิจัยที่ช่วยเพิ่มความรู้ระดับสากลด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่สอนในระดับมหาวิทยาลัยและสถาบันการวิจัยกระตุ้นความรู้พัฒนาในวงการสร้างฝึกทีมที่จะรองรับงานในอนาคต การอำนวยการให้เกิดความรู้ที่จะนำไปใช้ได้เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ต้องดำเนินการ รัฐต้องกระตุ้นด้วยการสร้างกฎเกณฑ์ สถาบันรองรับแนวคิดที่จะพัฒนาสังคมของความรู้ เช่น การปกป้องสิทธิบัตรทางการค้าต่างๆ เป็นต้น

2

การปรับตัวระดับที่สอง

สังคมแห่งความรู้ต้องได้รับการสนับสนุน กฎของการสร้างสังคมการเรียนรู้ รัฐต้องเน้นย้ำให้มากขึ้นที่จะสร้างให้เกิดการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิตของคนในสังคม ส่งเสริมการเรียนนอกระบบและการฝึกงานด้านเทคนิควิชาชีพที่จำเป็นของประเทศ ขณะที่ควรเพิ่มรูปแบบการเรียนที่เชื่อมโยงระหว่างการเรียนวิชาชีพ การเรียนเสริมกับ การเรียนภาคปกติในรูปแบบสถาบันให้ชัดเจนขึ้น ทุกประเทศก็จะได้รับประโยชน์จากการเชื่อมการเรียนและธุรกิจเข้าหากัน

3

การปรับตัวระดับที่สาม

คือ เป็นการพัฒนานโยบายของธุรกิจขนาดเล็ก และทำลายอุปสรรคที่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยๆ พร้อมทั้งวัดผล เช่น ปัญหาด้านการหาแหล่งเงินทุน เทคโนโลยี และ การสร้างความคิดใหม่ การพัฒนาบุคคลากร ความสามารถการบริหารงาน ส่งเสริมการรวมมือระหว่างธุรกิจและการเชื่อมโยง รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการพัฒนามาตรฐานการดำเนินการต่างๆ ในธุรกิจที่ดี

4

การปรับตัวระดับที่สี่

ในสังคมของความรู้นั้นต้องได้รับการยอมรับถึงการปรับองค์กรที่เป็นของรัฐสู่องค์กรอิสระการยอมรับตลาดแรงงาน ลดการขัดแย้ง แทรกแซงที่ไม่สมควรระหว่างธุรกิจให้น้อยลง รัฐบาลควรเชื่อมั่นที่จะสร้างให้องค์กรต่างๆมีความยืดหยุ่น อิสระที่จะสร้างสรรค์และเกิดการแข่งขันไปสู่สิ่งที่ดี

นี่แหละประเทศของธุรกิจค้าปลีก เมื่อสังคมต้องมีการพัฒนา ธุรกิจที่ใกล้ชิดมากที่สุดกับประชาชนก็ คือ ร้านค้าที่เกี่ยวข้องกับการซื้อการขายสินค้าที่ต้องดำรงชีวิตร้านค้าเหล่านี้ก็ต้องมีการปรับตัว และสภาพการค้าปลีกของออสเตรเลียถือได้ว่าเป็นการปรับตัวที่ดีเห็นได้ชัด การจัดการระบบ สาธารณูประโภคที่ดีทำให้ระบบการค้ามีจุดยืนและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง

รูปแบบธุรกิจสาขาของโลกมีเกือบทุกรูปแบบ ในขณะที่ร้านสาขาของประเทศเองก็มีการปรับตัวและกระจายสาขาได้ไม่น้อย ภาวการณ์แข่งขันจึงไม่เสียเปรียบหันกลับมามองดูการพัฒนาของธุรกิจบ้านเรา เมื่อเปรียบเทียบกับเส้นทางการเติบโตของออสเตรเลีย สิ่งที่แตกต่างกันนั้นมีบ้างเหมือนกัน ออสเตรเลียนั้นเป็นประเทศใหม่ที่ยังไม่มีทุนด้าวัฒนธรรมเท่ากับประเทศของเรา ประเทศไทยได้เปรียบกว่ามากเมื่อเทียบกันข้อนี้ แต่การเป็ประเทศใหม่ที่มีการปรับรูปแบบธุรกิจที่ตอบรับกับสมัยของสังคมที่เปลี่ยนแปลงก็ทำได้ดีกว่า เศรษฐกิจที่ออสเตรเลียวันนี้ย่อมมั่นคงกว่าไทย แต่เราเองก็มีการพัฒนาแก้ไขปัญหาได้ดี โดยต้องยอมรับว่าดีขึ้นเมื่อเปรียบกับช่วงที่มีวิกฤติอย่างมาก นั่นหมายความว่าเราสามารถที่จะพัฒนาต่อเนื่องได้อย่างดี การก้าวหน้าเดินต่อไปจุดสำคัญก็คือ rapid essay ต้องเข้าใจเสียก่อนกว่าการพัฒนาธุรกิจรากหญ้านั้นต้องเน้นถึงความเข้าใจในการจัดการธุรกิจขั้นต้นเป็นรูปแบบให้ดีเสียก่อน ไม่ใช่เพียงแต่เน้นแค่ตัวผลิตภัณฑ์อย่างที่เราทำ การค้าไม่ใช่เพียงแค่ตัวสินค้า แต่หมายถึงการจัดการทั้งระบบ ไม่ว่าธุรกิจนั้นจะเล็กหรือใหญ่ก็ตาม

การค้าการขาย ของร้านเล็กมูลค่าอาจจะไม่สูงมากนัก แต่ก็ยังสำคัญต่อระบบธุรกิจขนาดใหญ่ด้วย และการมีร้านค้าขนาดเล็กที่เข้มแข็ง จะแสดงถึงศักยภาพของคนในสังคมไปด้วย การทำธุรกิจอย่างมีระบบคือสิ่งที่ต้องทำ ไม่ใช่เพียงแค่ใครๆนึกอยากจะเปิดร้านขายของก็ทำ เพื่อรอเวลาให้ล้มหายไปในอนาคตอันใกล้ ช่วยกันปลุกสำนึกเสียใหม่ สร้างวินัยในการทำงาน ธุรกิจการค้า มองความสำเร็จในการค้าระดับประเทศมากขึ้น การค้าเล็กๆที่เห็นวันหน้าก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่ไม่สำคัญอีกต่อไป.