อาจารย์พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ได้รับเชิญบรรยายพิเศษที่ประเทศอินโดนีเซีย ณ.มหาวิทยาลัย Maranatha University ทั้งนี้ได้นำเสนอแนวคิดทฤษฎีในการพัฒนาแฟรนไชส์ในแต่ละขั้นตอน และข้อมูลการวิจัยการพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ในเอเชีย กลุ่มผู้ฟังเป็นนักธุรกิจและนักศึกษาระดับปริญญาโทและตรี รวมทั้งผู้สนใจทั่วไป มีผู้เข้ารับฟังสมนาครั้งนี้ไม่น้อยกว่า 200 คน





เว็บไซด์ พีระพงษ์ดอทคอม ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเบื้องต้นในธุรกิจค้าปลีกและแฟรนไชส์สากล พร้อมทั้งเป็นศูนย์รวมในการพัฒนาและให้คำปรึกษา ข้อมูลทุกด้านที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการทำธุรกิจแฟรนไชส์ ทั้งในเชิงปฏิบัติและเชิงทฤษฎี เช่น การวางแผนระบบธุรกิจแฟรนไชส์ การบริหารและการบริการ รวมถึงการสร้างมาตราฐานทางธุรกิจ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นในด้านงานสัมมนาเชิงวิชาการ ให้แก่ผู้ประกอบการ และ บุคลลทั่วไป
หนังสือ รู้เท่ารู้ทันแฟรนไชส์ 


อ.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจค้าปลีกและระบบแฟรนไชส์ รวมทั้งเป็นผู้ที่วางรากฐานระบบธุรกิจแฟรนไชส์ของประเทศไทยโดยผ่านการทำงานมากว่า 20 ปี ในด้านวิชาการและการสร้างธุรกิจด้านแฟรนไชส์ต่อเนื่อง ทั้งนี้ได้สร้างคุณประโยชน์ต่อการช่วยเหลือราชการภายใต้โครงการต่างๆด้านการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกและแฟรนไชส์ของประเทศไทยต่างๆภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์กว่า 10 ปีต่อเนื่อง จึงได้รับการเสนอชื่อให้ได้รับเกียรติสูงสุด โดยรับเครื่องราชอิสริยาภรย์ ดิเรกคุณาภรณ์ อันเป็นที่สรรเสริญยิ่ง
อ.พีระพงษ์ ร่วมบรรยาย หลักสูตรการสร้างผู้ประกอบการใหม่ พร้อมแนวบริหารเชิงกลยุทธ์ New Entrepreneur's Strategic Program (NESP) โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ จัดโดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ ขณะนี้อยู่ในช่วงของการอบรม รุ่นที่ 2
พบกับสาระความรู้ธุรกิจแฟรนไชส์กับกูรูตัวจริงอาจารย์พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพัฒนาธุรกิจค้าปลีกและแฟรนไชส์สากล (IRF) มหาวิทยาลัยศรีปทุม
“การจะก้าวสู่การเป็นแฟรนไชส์นั้น ต้องมองธุรกิจของตัวเองให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง และที่สำคัญต้องเกิดความแตกต่างเพื่อจะสร้างการเป็นผู้นำด้านตลาดที่มั่นคงในอนาคต เพื่อที่ให้แฟรนไชส์เติบโตอย่างมั่นคง ผู้ลงุทนจำเป็นต้องลงมือทำเอง เพื่อให้เข้าใจแฟรนไชส์ของตัวเองอย่างแท้จริง “
พร้อมวิเคราะห์กรณีศึกษา แฟรนไชส์ WINSENT บริษัท วินเซนท์ เซ็นเตอร์ เซอร์วิส จำกัด
ลูกค้า ไม่ใช่พระเจ้าหรอกครับ เพียงแต่เป็นคนที่จะทำให้ธุรกิจเราจะอยู่หรือจะไปเท่านั้นเอง ดังนั้นการเอาอกเอาใจลูกค้าจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ควรจะทำ แต่จะทำอย่างไรมากแค่ไหนถึงจะเรียกว่า พอดีสร้างความพอใจได้ หรือมากแค่ไหนที่จะถึงระดับที่จะสร้างความประทับใจ เพราะวันนี้ ลูกค้าไม่ใช่เป็นแค่ลูกค้า แต่เขาคือ เครื่องวัดประสิทธิภาพของงานการบริการและคุณภาพของสิ่งที่นำเสนอของธุรกิจเรา
ยิ้มกันหน่อย แต่ไม่ต้องยิ้มก่อนอ่านก็ได้นะครับ เพราะกำลังจะถกประเด็น เรื่องยิ้มกับร้านค้าปลีก ที่เป็นเรื่องที่ดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆนะครับ แต่นี่หละเคล็ดลับการค้าปลีกที่เราหลงลืม
วันหนึ่งไปกินอาหารร้านชื่อดัง อย่าให้บอกชื่อเลยครับเดี๋ยวจะโดนเขาเขม่นเอา อีกอย่างถือเป็นโอกาสที่ให้กันสักหน่อยเพื่อการแก้ตัว เรื่องมีอยู่ว่า ร้านนี้เปิดมานานจนเป็นร้านที่ปู่กินได้หลานกินดี มากินกันเป็นร้านประจำครอบครัวจะว่าอย่างนั้นก็ได้ ร้านค้าเมื่อเติบโตก็มีการขยายสาขา เปิดร้านเพิ่ม การเปิดร้านใหม่ก็ดูฉุกละหุกธรรมดา 
