ระบบธุรกิจแฟรนไชส์นั้น กว่าจะผ่านการพัฒนาแต่ละช่วงในแต่ละประเทศนั้นก็ไม่ใช่ง่ายๆ ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจของนักธุรกิจแบบลงลึกจริงๆเพราะระบบแฟรนไชส์มีรายละเอียดปลีกย่อยและวิธีการคิดแตกต่างจากระบบที่คุ้นเคยกันมากพอสมควร ก็เหมือนกับทุกคนพอจะเข้าใจระบบบัญชีเบื้องต้นได้แต่ถ้าต้องเริ่มจับบัญชีขั้นสูงที่ต้องใช้เทคนิคเพิ่มขึ้นก็ต้องอาศัยการเรียนรู้ประสบการณ์มากขึ้นไปเป็นเงาตามตัว การจัดระเบียบของธุรกิจที่กระจายตัวเร็วแบบแฟรนไชส์ก็ต้องมีการกำกับดูแลพอสมควรทุกประเทศภาครัฐจึงเข้ามาเกี่ยวข้องเมื่อใดก็ตามความเข้าใจและกฎเกณฑ์ครบองค์ประกอบเรื่องของการเงินเพื่อการลงทุนก็จะตามมาติดๆการพัฒนาระบบแฟรนไชส์ก็จะมีการกระจายตัวอย่างรวดเร็ว ทีนี้ก็ต้องมาดูกันว่าธุรกิจไหนคือธุรกิจที่สามารถฝ่ากระแสไปได้ดีแค่ไหนไปได้ไกลหรือไม่ก็อยู่ที่ฝีมือกันจริงๆ สิ่งที่จะเป็นความเข้าใจในช่วงนี้ของระบบแฟรนไชส์ก็คือ ทุกคนเริ่มเข้าใจแล้วว่าระบบธุรกิจแฟรนไชส์นั้นไม่ใช่เพียงการขายสินค้า แต่เป็นการนำเสนอการทำธุรกิจทั้งระบบ การจะกระจายธุรกิจระบบแฟรนไชส์ต้องมีการเตรียมตัวและอาศัยความสามารถความเข้าใจ และขั้นตอนการสร้างระบบ ยุคที่พัฒนาสูงสุดของสภาวะแฟรนไชส์
ในเขตเอเชียก็คือ เมื่อธุรกิจในประเทศเข้มแข็งส่งผลให้มีแฟรนไชส์ในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การสร้างระบบแฟรนไชส์ที่เมื่อถึงจุดนี้แล้วจะมีจำนวนบริษัทแฟรนไชส์ในประเทถึง 60% หรือมากกว่าจำนวนธุรกิจแฟรนไชส์ต่างประเทศที่จะน้อยลงกลายเป็นสัดส่วนไม่ถึง 40% ของระบบแฟรนไชส์ทั้งหมดการสร้าง ประเภทธุรกิจก็เริ่มมากชนิดกระจายตัวในทุกๆอย่าง มูลค่าของธุรกิจจะเป็นสัดส่วนกึ่งหนึ่งของระบบธุรกิจของประเทศ การเติบโตในลักษณะนี้เริ่มเกิดขึ้นอย่างใน เกาหลี ในญี่ปุ่น หรือแม้ในฟิลิปปินส์ ตามมาด้วยสิงคโปร์ มาเลเซีย การกระจายตัวมีแนวโน้มเร็วมากขึ้นขนาดของแฟรนไชส์ในประเทศจะเริ่มมีจำนวนสาขาหรือภาพรวมธุรกิจดีกว่าแฟรนไชส์ต่างประเทศให้เห็นภาพพจน์ที่เป็นที่ยอมรับซึ่งก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย วันนี้ยอมรับว่าทุกๆประเทศกำลังหาทางขยายระบบแฟรนไชส์ของตนเองออกสู่ตลาดต่างประเทศเพื่อสร้างรายได้และเหมือนจะเป็นหัวหอกสำหรับการค้าของธุรกิจด้านส่งออกไปด้วย ปัญหาก็คือ การพัฒนาแฟรนไชส์สู่ต่างประเทศนั้นต้องให้การพัฒนาแฟรนไชส์ที่ต้องการขยายนั้นมีความเข้มแข็งอย่างแท้จริงในประเทศเสียก่อน ระบบแฟรนไชส์ไม่ใช่กระบวนการทางการค้าที่เปิดบริษัทส่งออกแล้วทำได้เลย
และการสร้างแฟรนไชส์ก็ไม่ไช่การสร้างจุดขายเพื่อเพิ่มการส่งออกให้กับประเทศแม้ว่าจะมีส่วนผลักดันทางอ้อม ธุรกิจแฟรนไชส์ของอเมริกาที่ขยายไปทั่วโลกก็ไม่เคยส่งออกแฮมเบอร์เกอร์หรือชิ้นส่วนวัตถุดิบเป็นหลัก ที่สิ่งที่ได้รับนั้นมีมากกว่านั้น และจุดสำคัญของการสร้างแฟรนไชส์ไปสู่ตลาดโลกนั้นต้องเข้าใจว่ากว่าจะสร้างความพร้อมจนส่งออกได้แฟรนไชส์อย่างของประเทศเราก็น่าจะมีสาขาไม่น้อยกว่า 50 สาขาขึ้นไป ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องขนาดของธุรกิจทีต้องนำมาคำนึงด้วยแต่การจะสร้างทั้งตราสินค้ารูปแบบระบบธุรกิจได้จริงก็ต้องมีความเข้มแข็งให้นักธุรกิจที่จะลงทุนจากต่างประเทศมั่นใจได้จริง ไม่อย่างนั้นการเร่งขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศสำเร็จได้ยากมาก นี่คือจุดอันตรายของแฟรนไชส์ในแถบเอเชีย
ข้อสังเกตอีกด้านในการขยายแฟรนไชส์สู่ต่างประเทศ ดูอย่างประเทศเล็กๆแบบสิงคโปร์ ฮ่องกง ทำไมจึงมักจะสร้างระบบแฟรนไชส์ของตัวเองยากกว่าประเทศที่มีพื้นที่มากกว่า เป็นไปได้ที่ว่าธุรกิจของเขานั้นไม่สามารถขยายจำนวนและสร้างพื้นฐานทางธุรกิจได้เข้มแข็งกว่าจากข้อจำกัดที่มีแม้ว่าจะมีการสร้างระบบพื้นฐานมาอย่างดีก็ตาม ภาพที่เห็นการพัฒนาระบบแฟรนไชส์มาตลออแต่ละช่วงของแฟรนไชส์ในประเทศแถบเอเชียนั้นทำให้เห็นข้อผิดพลาดและโอกาสสำหรับการขยายตัวธุรกิจบ้านเราผ่านระบบแฟรนไชส์ ถ้าบอกว่าเราเองมีความพร้อมแค่ไหนที่จะเปิดตลาดด้านนี้ก็คงเห็นกันอยู่แล้วว่า ยังมีน้อยเกินไป แต่ก็อย่าให้เป็นข้ออ้างที่จะไม่ทำอะไรเลย
การขยายธุรกิจแฟรนไชส์สู่ต่างประเทศควรจะเป็นเป้าหมายของการพัฒนาต่อเนื่องไม่วันนี้พรุ่งนี้ก็ยังมีรอเราอยู่ สำหรับภาระหน้าที่ของวันนี้แฟรนไชส์บ้านเรายังถือว่ามีโอกาสในการพัฒนาสำหรับพื้นที่ในประเทศอย่างมาก การเติบโตในขั้นตอนที่สามยังเป็นช่วงระยะเวลาที่สร้างเข้มแข็งให้กับธุรกิจได้ เบนเข็มกลับสู่ตลาดสร้างธุรกิจในประเทศให้เข้มแข็ง แล้วก็อย่าลืมที่ต้องวางพื้นฐานธุรกิจเพื่อขั้นตอนที่สี่ที่จะมาถึงเร็ววันด้วยแล้วกัน.







