Home แฟรนไชส์สากล แฟรนไชส์ประเทศมาเลเซีย มาเลเซียกับบทบาทแฟรนไชส์ 2

มาเลเซียกับบทบาทแฟรนไชส์ 2

อีเมล พิมพ์ PDF


           เรื่องแฟรนไชส์ของมาเลเซียนั้นเคยเขียนมาเมื่อปีที่แล้วครั้งหนึ่งมีคนเขียนอีเมล์มาถามต่อว่า ทำไมถึงเขียนแล้วค้างเติ่งไว้อย่างนั้นอ่านแล้วยังไม่หายเข็ดฟันเลย จริงๆแล้วก็อยากจะเขียนต่อตอบสนองท่านนะครับเพียงแต่ว่า ช้าไปนิดหนึ่งแค่ปีเดียวเท่านั้นเองครับ ฮา....

           ผมไป เคแอล หรือกัวลาลัมเปอร์ ทีไรก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าไปดูตึกคู่ปีโตรนัสของเมืองแล้วก็หมดที่เที่ยวแล้วก็เลยไม่รู้จะเล่าอะไร แต่วันนี้มีเรื่องน่าสนใจมาเพิ่มเนื่องจากวันสองวันนี้เขามีเรื่องเล่าเป็นข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ฟังว่า ขณะนี้ชาวมาเลย์เชียกลายเป็นนักท่องเที่ยวขาประจำของประเทศไทย สร้างเงินทองให้เราปีหนึ่งเกือบหกหมื่นห้าพันล้านบาทกับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านคน กลายเป็นนักท่องเที่ยวที่น่าจับตามอง คนกลุ่มนี้กลายเป็นแหล่งรายได้สำหรับประเทศเราที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงของเราไปเสียแล้ว และยิ่งถ้ามองตัวเลขตามจำนวนแต่ละปีของนักท่องเที่ยวแล้วก็เท่ากับว่าประชากรของมาเลเซียนั้นจะมีถึง 5% ของคนบ้านเขาที่เคยมาเที่ยวเมืองไทยในแต่ละปีและวันนี้พฤติกรรมการท่องเที่ยวของกลุ่มนี้แต่เดิมท่องเที่ยวเฉพาะทางใต้ของเราเป็นหลักวันนี้ไปทั่วแล้วครับล่องเหนือ ไปอิสาน เรียกได้ว่ารู้จักเที่ยวขึ้นมาเยอะและที่สำคัญเป็นนักท่องเที่ยวขาประจำมาแล้วมาอีกครับ ชาวมาเลเซียกลายเป็นเพื่อนบ้านที่ชอบบรรยากาศบ้านเราเอามากๆ นี่แหละก็เลยอดไม่ได้ต้องว่ากันเรื่องธุรกิจแฟรนไชส์ของมาเลเซียเพิ่มขึ้น

          ธุรกิจแฟรนไชส์มาเลเซียนั้นมีประมาณ 270 กว่าบริษัทถ้าเทียบกับบ้านเราแล้วจากจำนวนธุรกิจกับจำนวนประชากรแล้วเขามีมากกว่าเราเกือบสองเท่าตัว แต่ก็ยังมีธุรกิจแฟรนไชส์ที่เข้มแข็งไม่มากนักถึงแม้วันนี้การสนับสนุนของภาครัฐเขาเรียกได้ว่าเต็มที่ดังที่เคยเล่ามาแล้วนะครับ ทั้งให้เงินสนับสนุนและการออกเงื่อนไขต่างๆเข้ามาช่วยให้คนของบ้านตัวเองสร้างระบบแฟรนไชส์ขึ้นมาช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจขนาดย่อมทั้งหลาย เท่าที่สังเกตในมาเลย์เองธุรกิจแฟรนไชส์ที่ขยายตัวมากๆจะเป็นด้านอาหาร อย่างเช่น ร้านที่ชื่อว่า ซีเครท เรทซิพี Secret Recipe ที่เป็นร้านอาหารที่มองดูแนวทางธุรกิจก็จะเป็นคล้ายกับเอสแอนด์พี บ้านเราผสมแบลคแคนยอนเข้าไปหน่อย มีทั้งกาแฟและอาหารที่เป็นเมนูพิเศษ รสชาติก็เป็นเอเชียแถมมีต้มยำกุ้งเสียด้วย ที่สำคัญร้านนี้เข้ามาเปิดในเมืองไทยบ้างแล้วที่สีลม อีกแห่งก็คือที่เอมโพเรียม ตัวอย่างแฟรนไชส์ของมาเลย์นั้นอีกธุรกิจก็คือ โรตีบอย พอพูดถึงเจ้านี้ก็เป็นอย่างที่รู้กันอยู่แล้วร้านโรตีบอยมีการขยายไปในประเทศอื่นอย่างมาก รูปแบบก็มีการปรับตัวตามสภาพแตกต่างกันบ้างแต่ก็ยังอยู่ในแนวเดียวกันพอดูออก มีสินค้าเด่นที่ทุกคนในเมืองใหญ่จะรู้จักดี ร้านโรตีบอยในเคแอลนั้นมีการปรับตัวทำให้ร้านใหญ่ขึ้นมีหลายสินค้าดูไปก็คล้ายเป็นร้านยามาซากิ ร้านขนมปังชื่อดังของญี่ปุ่นเข้าไปทุกที นั่นก็หมายถึงโรตีบอยในมาเลย์ต้นแบบปัจจุบันมีหลากหลายเมนูให้เลือกได้มากกว่า การปรับตัวดังกล่าวเป็นที่น่าสังเกตว่าทำให้ร้านโรตีบอย สามารถรักษาฐานธุรกิจของตนเองได้ดีขึ้น

          แฟรนไชส์ของอเมริกันในมาเลย์นั้นยังเป็นธุรกิจที่ดีเอามากๆโดยเฉพาะ เคเอฟซี เพราะคนมาเลย์กินไก่กันเป็นหลักก็เลยถูกชะตากัน ส่วนขนมแบบแอนตี้แอน แมคโดนัลด์ หรือแม้กระทั่งเอแอนด์ดับบลิวก็ยังเป็นธุรกิจทำเงินได้ดีเสมอ และที่เริ่มให้เห็นบ้างก็คือแฟรนไชส์จากสิงคโปร์อย่างร้านเบรดทอล์ค หรือจะเป็นร้านเดลิฟร้านซ์เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วก็จะเป็นร้านที่เกี่ยวข้องกับความงามและมีสปาให้เลือกมากมายในทุกรูปแบบเหมือนเมืองไทยเช่นกัน การตกแต่งออกแบบร้านค้าในมาเลย์นั้นจะลงทุนกันเพื่อสร้างความเด่นให้กับธุรกิจอย่างดี แม้กระทั่งร้านข้างถนนก็ตาม ตามสภาพโดยทั่วไปแล้วจึงทำให้ภาพธุรกิจการค้าร้านรวงต่างๆดีกว่าบ้านเราเล็กน้อย ที่สำคัญคือระบบสาธารณูปโภคที่รัฐบาลสร้างไว้ในยุคมหาเธย์นั้นดีเยี่ยม ทำให้การค้าการขายไม่สะดุด การจัดระบบเมืองทำได้ดีกว่า

          สิ่งที่มาเลย์เชียไม่น่าจะมีเท่ากับบ้านเราได้คือ วัฒนธรรมที่ชัดเจนด้วยเพราะบ้านเรามีความหลากหลายของพื้นที่ ประชากรที่มากกว่า แต่สิ่งที่เขามีมากกว่าเราก็คือระบบการเมืองที่เข้มแข็งจนเกือบจะเรียกว่าแข็งเกินไปก็ได้ถ้าคนไม่ค่อยชินกับการปกครองดังกล่าว ข้อดีข้อเสียต่างๆเราคงต้องเรียนรู้และนำมาปรับใช้แต่วันนี้ยังไม่ได้ลงลึกถึงสภาพแฟรนไชส์ต่อเนื่องก็ต้องขอตัวก่อนแต่จะกลับมากเล่าต่อให้ฟังแน่นอนครับ......