ตอนที่แล้วได้เข้าใจค้าปลีกและสภาพต่างๆของระบบค้าปลีกของจีน วันนี้คงได้มามองภาพรวมของหน่วยงานรัฐที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของธุรกิจประชาชนกันบ้าง
“คณะกรรมการทางเศรษฐกิจนครเซี่ยงไฮ้” กับงานสร้างสมดุลย์ธุรกิจค้าปลีก
จากการได้เข้าพบ นาย หุย เวน จุย Mr, Hu Wen Jun ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร คณะกรรมการทางเศษฐกิจนครเซี่ยงไฮ้ ได้เล่าถึงบทบาทของหน่วยงานหรือองค์กรของรัฐในการส่งเสริมธุรกิจค้าปลีก ในการบริหารนั้นมีองค์กรของรัฐที่มีหน้าที่ในการส่งเสริมธุรกิจค้าปลีกของนครเซี่ยงไฮ้ คือ คณะกรรมการพาณิชย์ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งคณะนี้ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงองค์กรบริหารเป็น “คณะกรรมการาทางเศรษฐกิจ ณ นครเซี่ยงไฮ้” สำหรับบทบาทของคณะกรรมการพาณิชย์ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ในการส่งเสริมธุรกิจค้าปลีกที่ผ่านมามี 2 ประการหลักคือ อย่างแรกมีหน่วยงานมีหน้าที่ให้คำแนะนำทางด้านการบริหารในมุมกว้าง ได้แก่ การวางแผนโครงการ การวางแผนการจัดทำเลตามความต้องการของตลาด ฯลฯ ซึ่งจะสอดคล้องกับแผนพัฒนาการค้าและค้าปลีก ฉบับที่ 10 (ระยะเวลาของแผน 5 ปี) โดยจะเริ่มตั้งแต่การวางผังเมือง กำหนดแนวคิดการพัฒนาพื้นที่แต่ละเขตงาน โดยมีคณะทำงานในเขตพื้นที่วางแผนว่าต้องการพัฒนาเป็นแบบใดนำเสนอขึ้นมา
แนวนโยบายในการส่งเสริมธุรกิจค้าปลีก
คณะกรรมการฯนี้ยังมีหน้าที่ควบคุมมาตรฐานและการบริหารให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งข้อกำหนดด้านมาตรฐานและการบริหารจะแตกต่างกันในแต่ละมณฑล คณะกรรมการทางเศรษฐกิจ ฯ นครเซี่ยงไฮ้ เป็นองค์กรของรัฐบาลตำแหน่งหน้าที่กำหนดโดยสภาผู้แทนราษฎร เป็นหน่วยงานรัฐแต่ทำหน้าที่ทั้งรัฐบาลและเอกชนไปพร้อมกัน
นโยบายของจีนยังไม่ให้โอกาสแก่ต่างประเทศเข้ามาลงทุนในจีนอย่างเสรีเต็มที่ โดยจะมีเงื่อนไขทางด้านการจดทะเบียน และต้องขออนุญาตในการเข้ามาลงทุน อย่างไรก็ตาม จีนก็มีการเปิดตลาดมากขึ้นเพื่อให้ก้าวสู่สากล โดยรัฐบาลกำหนดหรือวางนโยบายไว้ เช่น นโยบายผ่อนคลายด้านการควบคุมราคา ด้านสินค้าหมุนเวียน ด้านทรัพย์สินเงินทุน การส่งเสริมให้วงการค้าปลีกมีการแข่งขัน แต่สังเกตว่ามีการเตรียมพร้อมพัฒนาธุรกิจของประเทศให้มีความพร้อมในการแข่งขันก่อนที่จะเปิดเสรีจริงๆ เช่น นโยบายส่งเสริมรูปแบบการขายปลีกที่ทันสมัยและมีการพัฒนา ตัวอย่างเข่น ในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลเห็นว่าร้านค้าปลีกแบบร้านสาขาchain store มีโอกาสการขยายตัวสูง ก็จะให้การสนับสนุนทางด้านภาษีและการเลือกทำเลที่ตั้ง เป็นต้น ด้วยวิธีนี้เมื่อจีนต้องเปิดการค้าปลีกเสรีจริงๆในปี 2005 ตามกฎของ WTO ก็สามารถที่จะแข่งขันกับการค้าระดับชาติได้บ้างแล้ว
สถานการณ์/ผลกระทบจากธุรกิจค้าปลีก่ขนาดใหญ่จากต่างประเทศและแนวทางแก้ไข
สถานการณ์ของจีนในธุรกิจค้าปลีกเช่นเดียวกับประเทศต่างๆที่มี ธุรกิจขนาดใหญ่จากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในจีนด้วยเงินทุนมหาศาลพร้อมที่จะยึดตลาดจีนเต็มที่ ดังนั้นการดำเนินการใดๆในธุรกิจรัฐมีวิธีการเปิดเสรีด้วยกุศโลบาย ในลักษณะที่สนับสนุนให้มีการจัดตั้งสมาคมกลางขึ้นบริหารและควบคุมกันเอง โดยรัฐสนับสนุนและให้อานาจสมาคมในการควบคุมตามกฎหมายบางส่วน การจัดตั้งสมาคมผู้ประกอบการที่เป็นร้านค้าปลีกขนาดเล็กและขนาดกลางและให้สมาคมเหล่านี้เข้ามามีบทบาทมากๆมีการเรียกประชุมเพื่อระดมความคิดเห็นด้านต่างๆในการแก้ไขปัญหา หลีกเลี่ยงการที่หน่วยงานรัฐจะต้องเข้าไปควบคุมเอง อย่างนี้สมกับการเป็นยักษ์ใหญ่ที่มาทีหลังแต่ล้ำลึกต่อการผลิกผันเศรษฐกิจตนเอง
นอกจากนี้นโยบายทางเศรษฐกิจของจีนเน้นการส่งเสริมทุกรูปแบบถ้าประเทศของเขาไม่มี หรือขาดแคลน เช่น เทคโนโลยี การลงทุนจีนจะสนับสนุนทุกๆด้านไม่ว่าธุรกิจที่จะเป็นต่างชาติ หรือในประเทศ แต่ถ้าหากจีนมีเอง และเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มการแข่งขันสูงจีนจะกีดกันอย่างที่สุด และด้วยการสร้างความเข้มเข็งให้กับธุรกิจในประเทศ รัฐจะเน้นให้การสนับสนุนธุรกิจค้าปลีกของจีน ทั้งที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ และธุรกิจ SMEs พร้อมทั้งมีการจัดตั้งศูนย์บริการ SMEs นครเซี่ยงไฮ้ เพื่อให้เงินกู้และเงินชดเชยดอกเบี้ย ทุกๆรูปแบบ นี่แหละครับที่ทำให้จีนก้าวได้รุดหน้ามากกว่าประเทศสารขันธ์ดินแดนสนธยา







