Home แฟรนไชส์สากล แฟรนไชส์ประเทศจีน แฟรนไชส์ไทยตลุยตลาดจีน

แฟรนไชส์ไทยตลุยตลาดจีน

อีเมล พิมพ์ PDF

     
          ผู้นำนั้นต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ได้ตัดสินใจลงไปทั้งในเรื่องที่ถูก และในเรื่องที่ผิดพลาด เรื่องนี้คงเป็นเรื่องธรรมดาแต่สำคัญของผู้ที่ต้องเข้ามารับหน้าที่ของการเป็นที่พึ่งของคนหลากหลาย แต่ที่น่าสังเกตของการเป็นผู้นำที่ดีนั้น จะเห็นว่าผู้นำที่ดีมักจะไม่ใช่ผู้ที่มีแต่ความสำเร็จ หรือชนะมาตลอด
เพระคนที่จะพร้อมเป็นผู้นำที่ดีล้วนต้องเคยแพ้มาก่อน เพราะการได้ชนะก็แค่ความสุขใจสั้นๆ แต่การแพ้นั่นคือบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ของการเป็น ผู้นำ

          ผมเคยเห็นคนจีนเดินทาง ตะลุยค้าขายทั่วโลก และฟังเรื่องราวของการทำงานและเป็นนักการค้าที่เรานั้นต้องยอมรับความอดทนและความไม่เคยหยุดนิ่งที่จะสร้างความฝันของตัวเองให้เกิดขึ้นจนได้ไม่วันนี้ก็สักวันหนึ่ง และเมื่อถึงเวลาของโลกที่หมุนเปลี่ยนมาอีกครั้ง ธุรกิจการค้าของโลกมาหยุดต่อหน้าประเทศที่มีขนาดมหึมา และมีจำนวนประชากรติดอันดับของโลก วันนี้ศักราชของการค้ามีตัวหนังสือจีนขึ้นมากผงาดเต็มตัว เมื่อจีนเปิดบ้านยอมรับวิธีการค้าของโลกสมัยใหม่ก็มีการจัดการปรับตัวกันอย่างมาก จีนเองก็มีการส่งเสริมการส่งออกอย่างมากมาย การแสดงสินค้าของประเทศจีนนั้นมีทุกรูปแบบทั้งการจัดเองและการเข้าร่วมงานในต่างประเทศ ถ้าใครเคยสังเกตการออกงานแสดงสินค้าของคนจีนนั้นจะต้องรู้สึกทึ่งบ้างเหมือนกัน คนจีนเวลาออกต่างประเทศจะมีการเตรียมตัวอย่างดี และมีวินัยอย่างมากในวันแรกเมื่อถึงงานคนจีนจะเตรียมตัวเน้นเรื่องการตกแต่งสถานที่ ซักซ้อมหน้าที่ที่มีการจัดแบ่งกัน ว่าใครเป็นคนต้อนรับ ใครเป็นคนคุยธุรกิจ ใครยืนแจกเอกสารเชิญชวน และในวันแรกทั้งทีมงานจะเน้นการพักผ่อนให้เต็มที่ ไม่มีใครออกไปเที่ยวรวมถึงอาหารการกินที่ต้องระวังไม่ให้แปลกไปจากอาหารที่บ้านมากเกินไป ป้องกันการเกิดผิดปกติของท้องไส้ ดังนั้นด้วยวิธีการเตรียมการแบบนี้ บู๊ทของคนจีนจึงมีความพร้อมในวันเปิดงานวันแรก ทุกคนสดใสและพร้อมสุดๆ เมื่อเปิดงานวันแรกผ่านพ้นไปแล้วทีมงานของจีนจึงจะมีการนัดเลี้ยงกับลูกค้าหรือเริ่มออกเที่ยวได้บ้างตามสมควร

          ประเทศเล็กๆของเรานำนักการค้าแฟรนไชส์ไปทั้งหมด 11 ราย มีส่วนการแสดงสินค้าของประเทศขึ้นโดยเฉพาะที่เราเรียกว่า Pavilion ดูแล้วสวยงามมีสีสันของธงชาติไทยเป็นรอนริ้วน่าภูมิใจ สินค้าไทยได้รับการต้อนรับของคนจีนอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง แม้ว่างานแสดงสินค้าของจีนนั้นคนที่เข้าชมจะต้องได้รับคัดเลือกและเชิญจากผู้จัดงาน แล้วยังต้องเสียเงินเข้ามาอย่างน้อยก็ 20 หยวนหรือประมาน 100 บาทไทยก็ยังมีผู้เข้าชมไม่น้อยกว่า 20,000 คนในระยะเวลาสั้นเพียงสองวันการจัดแสดงธุรกิจแฟรนไชส์ คงคิดสภาพออกนะครับ ว่าอีลุงตุงนังกันขนาดไหน เนื่องจากการเปิดประเทศของจีนนั้นเหมือนโอกาสของชีวิตที่เริ่มต้นซึ่งเหตุและผลผมเคยว่าไปแล้วในช่วงของการเขียนบทความพิเศษไปปีที่แล้ว การที่มีโอกาสอะไรเข้ามาก็เหมือนตอนเราหยดน้ำลงบนกระทะร้อนๆ วูบเดียว....หมด

          ดังนั้นการแสดงธุรกิจของบ้านเราที่มีเสน่ห์ของความเป็นไทย คนจีนอยากรู้เรื่องราวบ้านเรา ชอบอาหารไทย เห็นขนมไทยแล้วอยากลองอย่างมาก อะไรเป็นเรื่องใหม่ต้องขอจับขอลองไปหมด การบริหารการทำงานของเราตอนออกงานในจีนจึงต้องแบ่งหน้าที่กันอย่างดี ในเรื่องของธุรกิจแฟรนไชส์ นั้นเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนที่มีความรู้ คุยเข้าใจรู้จักระบบแฟรนไชส์พอสมควร รวมถึงถ้าพูดภาษาอังกฤษได้ก็จะแสดงถึงหลายอย่างที่น่าจะทำการค้าระดับประเทศกับเราได้ แต่อย่างไรก็ตามเอกสารต่างๆควรต้องเป็นภาษาจีน รวมทั้งเตรียมล่ามให้พร้อม อย่างน้อยต้องมีสองคน อาจจะเป็นนักเรียนไทยที่ไปเรียนภาษาที่นั่นหรือเป็นคนจีนที่พูดภาษาอังกฤษได้ก็จะช่วยเราอย่างมาก คนจีนเป็นคนขยันและเข้าใจพวกเดียวกันจะได้ช่วยเราได้มาก

          กว่าจะเสร็จงานก็เล่นเอาพวกเราเหนื่อยอย่างมาก งานในจีนจะเหมือนสากลคือเปิดปิดตรงเวลา และปิดงานเร็วสัก 5 โมงเย็นทุกอย่างต้องเสร็จ ช่วงหลังจากนี้อาจมีการนัดหมายลูกค้าเป้าหมายคุยธุรกิจกัน ซึ่งหลายท่านที่ไปงานก็มีการนัดหมายจะธุรกิจมีข้อตกลงไปบ้าง การทำธุรกิจแฟรนไชส์นั้นต้องใช้เวลาและขยันทำการบ้าน รวมทั้งผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจต้องลงมือทำเอง โดยเฉพาะเรื่องของการขายแฟรนไชส์ในต่างประเทศการเห็นภาพและเข้าใจเงื่อนไขของตลาดที่รับรู้ด้วยตัวเองจะดีกว่าเรื่องใดๆ ไม่มีข้อเลี่ยงครับ การเปิดธุรกิจแฟรนไชส์เป็นเรื่องของการสร้างความศรัทธาและมุมมองทางความคิด จึงต่างจากการสร้างธุรกิจด้านอื่นที่อาจจัดจ้างมืออาชีพเข้ามาทำให้ได้ แต่ในช่วงแรกของการสร้างธุรกิจแฟรนไชส์ คุณเท่านั้นคือ ของแท้ ต้องทำเองครับ.

แก้ไขล่าสุด ( พุธ, 14 พฤษภาคม 2008 22:34 )