บทความวิเคราะห์ธุรกิจค้าปลีกในจีนชุดนี้ ต้องเริ่มด้วยการขอบคุณอย่างมากสำหรับหน่วยงานของ กระทรวงพาณิชย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่จัดโครงการสำหรับนักธุรกิจกลุ่มหนึ่งและทีมงานที่ปรึกษาได้ไปเยี่ยมชมงานที่ประเทศสาธารณะประชาชนจีนในวันที่ 8 ถึง 14 เดือนพฤศจิกายน 2546 ที่มณฑลเซียงไฮ้ สาธารณประชาชนจีนเพื่อศึกษาลู่ทางการขยายธุรกิจด้านแฟรนไชส์ของไทยไปสู่ประเทศจีน ซึ่งบทวิเคราะห์ก็เกี่ยวข้องกับระบบค้าปลีกและธุรกิจแฟรนไชส์ซึ่งจริงๆแล้วธุรกิจแฟรนไชส์ก็คือ ธุรกิจค้าปลีกที่มีรูปแบบการกระจายตัวเป็นสาขานั่นเอง ชุดบทความชุดนี้ประกอบด้วยข้อมูลจากการร่วมประชุมกับหน่วยงานและนักธุรกิจในประเทศจีนเป็นหลัก เน้นในการทำความเข้าใจระบบงานค้าปลีกและแฟรนไชส์ที่ขยายตัวในประเทศจีน
ข้อมูลพื้นฐานที่กล่าวเริ่มต้นก็คือ ตลาดขนาดยักษ์ของจีนที่มีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 1,260 ล้านคนหรือบางครั้งบอกได้ว่ามากกว่า 1,300 ล้านคนโดยอยู่ในเมืองหลักๆที่เป็นเมืองการค้า คือ ปักกิ่ง กวางเจา และ เซี่ยงไฮ้ ทั้ง 3 เมืองก็มีประชากรรวม 37.5 ล้านคนเข้าไปแล้ว ได้กล่าวไว้แต่ต้นแล้วว่า ประเทศจีนมีประชากรรุ่นหนุ่มสาวอายุช่วงอายุยี่สิบ กว่า413 ล้านคนที่มีวิธีการใช้ชีวิตรูปแบบทันสมัยมากขึ้น และรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากระบบเศรษฐกิจที่มีอัตราการขยายตัวสูง สภาพการค้าของจีนต่างแข่งขันกัน ร้านค้าดูเหมือนทุกคนรีบซื้อรีบขาย สินค้าจีนมีการยกระดับคุณภาพและมีราคาถูกอย่างมาก อาศัยที่มีค่าแรงถูกและเป็นแหล่งรวมของการจ้างผลิตชิ้นงานคุณภาพสินค้าที่มีตรามากมาย ทำให้เทคนิค รวมถึงเครื่องจักร การสอนงานต่างๆพัฒนาคุณภาพสินค้าจีนอย่างรวดเร็ว
สภาพการแข่งขันและธุรกิจการค้าปลีกในนครเซี่ยงไฮ้
ถ้าเริ่มเรื่องค้าปลีกนั้นถือว่านครเซี่ยงไฮ้ก็คือ ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศจีนเมืองหนึ่งที่เป็นตัวแทนการพัฒนาธุรกิจของจีนได้อย่างดี ตัวเมืองเซี่ยงไฮ้นั้นมีขนาดใหญ่อย่างมาก ประชากรเฉพาะเมืองเซี่ยงไฮ้เองมากกว่า 20 ล้านคน โดยทางสภาพภูมิประเทศจะแบ่งออกเป็น 2 เขตใหญ่ๆคือ เขตผู่ตงเป็นเขตเซี่ยงไฮ้ฝั่งตะวันออก และเขตผู่ซี หรือเซี่ยงไฮ้ตะวันตก เขตผู่ตงเป็นเขตเมืองใหม่ที่ถูกพัฒนาเพื่อให้เป็นศูนย์กลางทางการค้าและการเงิน ประกอบด้วยตัวตึกอาคารสมัยใหม่ มีการแข่งขันค่อนข้างสูงในธุรกิจค้าปลีกทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก มีศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และ super center ขนาดใหญ่จำนวนมาก ทั้งที่เป็นธุรกิจของคนจีนเอง และธุรกิจต่างชาติถึงแม้ว่าระบบการค้าของจีนยังเป็นแบบแง้มๆยังไม่เปิดเต็มที่ก็ตาม ที่ขาดไม่ได้ยังเห็นอยู่ทั่วไปคือ รถจักรยานในเมืองจีน ยังเป็นสิ่งที่นิยมใช้กัน เป็นสัญลักษณ์ของประเทศในเขตเอเชียที่เป็นคนเชื้อสายจีนชอบใช้กัน ร้านรวงต่างๆที่เป็นร้านค้าปลีกมีการพัฒนาดีขึ้นเห็นได้ชัดเช่น ร้านขายยาที่มีการจัดร้านที่ทันสมัยมากขึ้น ร้านผลไม้จัดร้านแบบตลาดสดของแถบยุโรปดูสวยงามดีขึ้น ร้านขนมปัง ร้านของย่าง ที่เป็นร้านขายของกินพื้นฐานก็มีวิวัฒนาการมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ร้านค้ามีการตกแต่งดูดี พนักงานแต่งตัวเป็นรูปแบบ มีวิธีการให้บริการมากกว่าจีนยุคเก่าที่เคยนึกถึงกัน ร้านที่เป็นที่นิยมของคนพื้นเมืองเองก็คงเป็น ร้านตัดผม ที่สนนราคาค่าบริการคิดประมาณ 15 หยวน เป็นเงินไทยราวๆ 75 บาท หรือถ้าคิดเป็นค่าบริการตามเวลาก็จะตกประมาณ 60 นาที 20 หยวน คนจีนนิยมความสวยงามมากดังนั้นร้านจึงมีกระจายตัวทั่วไปมีทุกๆระดับการบริการ
นอกจากนี้ยังมี Conveniece Store สมัยใหม่จำนวนมาก เป็น Brand ของจีนทั้งหมด โดยมีสาขา(chain) ใหญ่ๆ ประมาณ 7 บริษัท ที่พบเห็นทั่วไป คือ เช่น ร้านชื่อ ออลเดย์ ALLDAYS ที่เน้นการตกแต่งด้วยสีชมพู น้ำเงิน ดูทันสมัยไม่แพ้ร้านที่มาจากต่างประเทศ ร้านที่เด่นและพบเห็นบ่อยก็คือ ร้านยี่สิบเอ็ด 21 Convenience Store การตกแต่งเน้นการใช้สีส้ม เหลือง ร้าน ควิก QUIK ที่เด่นด้วยสีชมพู เหลือง เขียว KEDI ร้านซื้อสะดวก ใช้สี เขียว เหลือง นอกจากนั้นยังมีร้าน จีเอ็มเอ GMA 85818 มีให้เห็นไม่มาก ร้านซีสโตร์ C-Store และสุดท้ายคือ ร้านจากญี่ปุ่น ชื่อร้าน ลอร์สัน LAWSON ที่ยังมีไม่มากนัก และไม่เห็นร้านเซเว่น อีเลฟเว่น คงจะอยู่ในเมืองอื่นๆของจีน สังเกตได้ว่าร้านสะดวกซื้อของจีนนั้นเน้นการใช้คนอายุค่อนข้างมากมาเป็นพนักงานขายของ เนื่องจากเป็นพนักงานรายวันหรือ ชั่วคราว รูปแบบของร้านจัดได้ดีทันสมัยเกือบทุกร้านจะมีแผ่นสติกเกอร์เป็นป้ายติดบริเวณกระจกบอกชนิดการให้บริการ ที่เพิ่มขึ้นเช่น ถ่ายเอกสาร รับส่งพัสดุ ก็นับว่าสร้างร้านได้ตรงแนวคิดสร้างความสะดวกให้ลูกค้าได้ดี
การค้าปลีกของร้านสะดวกซื้อนั้นมีการแข่งขันกันเองมาก ในบางถนนจะมีถึง 4-5 ร้านติดๆกัน แต่ถ้าสังเกตจะเห็นว่า เขตเมืองที่เจริญคือ ผู่ตงเน้นเป็นส่วนสำนักงานพื้นที่ถูกจัดสรรในทางธุรกิจร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม หรือโชว์ห่วย จะแทบไม่เห็นเนื่องจากพื้นที่ถูกจัดให้เป็นเขตพัฒนา ร้านค้าเก่าๆอาคารเก่าๆ จะถูกรื้อทิ้งหมด แต่สำหรับเมืองเก่าแบบเขตผู่ซี ยังมีอาคารเก่าๆ และร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมให้เห็นบ้าง มองสภาพค้าปลีกในเซี่ยงไฮ้นี้แล้ว จะเห็นว่าการแข่งขันจากห้างค้าปลีกขนาดใหญ่มีน้อย ถ้าจะแข่งก็คงจะมีเฉพาะการแข่งขันจากธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็กด้วยกันเอง บางถนนมีทั้งร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม และ Convenience Store อยู่ติดๆกัน 3-4 ร้าน
ถ้ามองภาพโดยรวมแล้ว ตัวนครเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองเศรษฐกิจประชากรมีจำนวนมากประชากรจัดอยู่ในระดับมีกำลังซื้อ และพื้นฐานที่กิจการการค้าปลีกก็ถูกควบคุมโดยรัฐบาล ร้านค้าปลีกหลายแห่งก็มีรัฐเป็นหุ้นส่วนหรือเป็นการร่วมทุนกับเอกชน คิดง่ายๆจัดง่ายๆแต่มีประสิทธิภาพ นี่แหละครับถึงจะเจริญ







