เมื่อถึงเวลาครบปี เดือนเมษายนสงกรานต์บ้านเราผ่านไป ก็จะเข้าสู่งานระดับโลกของธุรกิจแฟรนไชส์ งานที่ทุกธุรกิจแฟรนไชส์ขนาดยักษ์มาเปิดตัวพร้อมกับข่าวล่าสุดของวงการ คึกคักกับสีสันและผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมงานด้านวิชาการและการรวมตัวของนักธุรกิจและผู้สนใจแฟรนไชส์ตัวจริง จริงๆแล้วงานแสดงสินค้าด้านแฟรนไชส์มีอยู่หลายประเทศไม่ว่า จะเป็นในแถบยุโรป หรือ เอเชีย เช่นในสิงคโปร์ ใต้หวัน ฮ่องกง รวมทั้งงานแฟรนไชส์ในจีนด้วย และที่เป็นงานใหญ่ๆแบบอเมริกาก็มีจัดขึ้นทั้งที่แคนาดา และออสเตรเลีย ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันไปส่วนถ้าจะนับเป็นงานระดับสากลก็คือ ที่นี่แหละครับ งานอินเตอร์เนชั่นแนลแฟรนไชส์ ในอเมริกา

ผมก็คงขาดไม่ได้ที่ต้องหอบสังขารนั่งเครื่องที่มีพื้นที่จำกัดให้นั่งตามมีตามเกิดร่วม 24 ชั่วโมงเพื่อบินไปวอชิงตันดีซี เมืองรวมธุรกิจของมะกันที่ประชากรมีรายได้เฉลี่ยสูงที่สุด และเป็นศูนย์รวมของนักธุรกิจแฟรนไชส์ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของสมาคมแฟรนไชส์นานาชาติ หรือที่เรียกว่า IFA International Franchise Association ที่มีส่วนในการผลักดันระบบธุรกิจให้กับทั่วโลก ครั้งนี้งานได้จัดขึ้นที่ศูนย์แสดงสินค้าวอชิงตัน อาคารใหม่ซึ่งเป็นศูนย์ใหม่พึ่งสร้างเสร็จไม่นานห่างจากศูนย์แสดงสินค้าเดิมไม่ไกลนัก ภายในตัวอาคารนั้นมีสถานีรถไฟใต้ดินอยู่ด้วย จึงเดินทางสะดวกมากทั้งผู้ที่เข้าชมงานที่มาจากแหล่งที่ใกล้หรือไกล

งานแฟรนไชส์นานาชาติครั้งนี้ก็เสมือนหนึ่งกิจกรรมหลักของสมาคมแฟรนไชส์สากลที่รวมเอาธุรกิจแฟรนไชส์ต่างๆของอเมริกาและแคนาดาบางส่วนเข้ามาแสดงนิทรรศการ ในงานยังมีสัมมนาแง่มุมต่างๆของระบบงานแฟรนไชส์ ผู้เข้าชมงานมีมากมายและต่างต้องลงทะเบียนเพื่อเก็บข้อมูล ทั้งยังมีแขกรับเชิญจากหลายประเทศ มีตัวแทนที่สถานทูตของสหรัฐไปตั้งอยู่ได้คัดเลือกและเดินทางไปชมงาน ซึ่งผมก็ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยไปด้วย

การจัดงานของสมาคมแฟรนไชส์สากลนั้นมีการจัดทุกปี และปีนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ 13 แล้วหลังจากที่สมาคมก่อตั้งมากว่า 40 ปี ภาพโดยทั่วไปแล้วถือว่าเป็นแบบอย่างของงานระดับประเทศได้อย่างสมบูรณ์ แต่ละธุรกิจสร้างภาพพจน์และการนำเสนอต้นแบบธุรกิจได้ดี เป็นงานแสดงสินค้าที่เน้นขายสิทธิบัตรมากกว่าขายสินค้าแบบบ้านเรา ผู้ที่เข้าชมเป็นผู้ที่พร้อมที่จะลงทุน มีการเจรจาการเป็นตัวแทนในระดับประเทศกระจายทั่วไป ที่น่าสังเกตก็คือ มีซุ้มแสดงสินค้าของหน่วยงานด้านการเงินการธนาคารเข้ามาออกแสดงด้วยไม่ต่ำกว่า 10% ของงานนับดูแล้วไม่น้อยกว่า 10 ราย

ปีนี้ธุรกิจด้านอาหารที่มาออกงานคาดคะเนดูแล้วมีประมาณ 20-30% ไม่มากเท่าปีก่อนๆ ที่มีมาแรงก็คือธุรกิจด้านงานบริการที่มีหนาตาขึ้น รายใหญ่ๆที่ติดตลาดแล้วเช่น แมคโดนัล หรือเคเอฟซี เบอร์เกอร์คิงไม่ได้เข้าร่วมงาน ปล่อยให้แดรี่ควีน มิสซิสฟิลล์ ทีซีบีวาย ดันกิ้นโดนัท มาออกงานส่วนที่รายใหม่ที่เข้ามาสร้างตลาดให้คึกคักขึ้นก็เป็นพวก พิซซ่า ไก่ทอด ไอศกรีม และกาแฟ เท่าที่สังเกตุไม่มีอาหารจีนหรือญี่ปุ่นเข้ามาในตลาดแฟรนไชส์เลย
พูดแล้วทำให้คิดถึงแฟรนไชส์ไทยที่น่าจะเข้าร่วมงานบ้างอาจมีโอกาสมากขึ้นในการขยายตลาดออกไปยังตลาดอเมริกาหรือประเทศอื่นที่เข้ามาดูงาน ที่เห็นอยู่เป็นส่วนของสภาการค้าสหรัฐไทยที่ร่วมมือกับสถานทูตไปออกงานบ้างเล็กน้อย หวังว่าปีหน้าคงได้เห็นบู๊ตแสดงของบ้านเราให้สมศักด์ศรีกันบ้าง เอ้าเร็วหน่วยงานรัฐไหน ช่วยๆกันหน่อยถึงเวลาของคนไทยกันบ้างเสียที ตอนหน้าพบกับบรรยากาศเจาะลึกกันต่อนะครับ.







