มีโอกาสไหมที่เราชาวบ้านธรรมดาแล้วต้องมาอยู่ในประเทศที่การเมืองไม่รู้เอาอย่างไร เศรษฐกิจก็ร่วงระนาวชาวบ้านร้านช่องเริ่มหมางเมินค่าเงิน
อ่อนยวบยาบ แถมถนนหนทางก็ติดเป็นตังเม น้ำมันก็ขึ้นราคาไม่มีท่าจะหยุดง่ายๆ มีการจัดม็อบชนม็อบกันจนเป็นเรื่องธรรมดา
ทีนี้เราเป็นประชาชนคนธรรมดาจะทำอย่างไรกันดี
อย่าบอกว่าที่พูดมาทั้งหมดนั้นก็เป็นอยู่นี่ไงล่ะ ยังทนอยู่ได้เลยไม่เห็นเป็นอะไร เพราะประเทศที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นมีหนักหนากว่าเรา และบ้านเมืองของเขานั้นเราเองก็รู้จักเป็นอย่างดี ตำแหน่งที่ตั้งของประเทศก็ใกล้กับเราเหมือนอยู่ปลายจมูก เปิดแผนที่ก็เห็นขนาดประเทศของเขาเท่าๆกับเราอยู่ในเขตอากาศแบบเดียวกับเรา เขาอยู่ข้างขวาเราอยู่ข้างซ้ายดูแล้วเหมือนฝ่ามือสองข้าง คนของประเทศเขาเอามายืนข้างๆกับคนของบ้านเราก็แยกกันไม่ออกว่าใครเป็นใคร เดินบ้านเขาเราก็นึกว่ามันคล้ายๆเดินในบ้านเราเอง แถมกินข้าวกินปลาก็มีลักษณะคล้ายกันเข้าไปอีกเพียงแต่เขาไม่เผ็ดร้อนเท่ากับที่เรากินกันเอง
ใช่ครับ ผมกำลังคุยเรื่อง ประเทศฟิลิปปินส์ หรือ ที่บางทีเขาเรียกตัวเองว่า PINO ปินโน ชื่อเรียกสั้นฟังง่ายเหมือนเราเรียกตัวเราเองว่า ไทย
ว่าไปแล้วเศรษฐกิจบ้านเราเองนั้นโดยภาพรวมแล้วจะดูดีกว่าฟิลิปปินส์อยู่ไม่น้อย ค่าเงินของเขานั้นเทียบกับอเมริกันดอลล่าห์ตกอยู่ที่ 53 เปโซต่อหนึ่งเหรียญ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ค่าเงินบาทกับเปโซนั้นเรียกได้ว่าใกล้เคียงกันมาก บ้านเมืองฟิลิปปินส์ดูอาจจะคล้ายบ้านเมืองเราก็จริงแต่จะเป็นเฉพาะเขตเมืองใหญ่แบบมะนิลา เมืองหลวงของเขาเท่านั้นแต่มะนิลาก็ยังไม่มีระบบขนส่งมวลชนที่เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้เศรษฐกิจหมุนเวียนได้สะดวกบ้านเขาดูจะยากกว่าเราในการเดินทางของประชาชนเขาไม่มีรถปรับอากาศหรือรถไฟฟ้าเหมือนบ้านเมืองเรา พาหนะมวลชนหลักเป็นรถสองแถวที่เรียกว่า จิ๊ปนี่ เป็นหลักที่มีให้เห็นโดยทั่วไปค่าโดยสารก็พอกับขึ้นรถเมล์บ้านเรา แต่สิ่งที่เป็นข้อดีมากๆของฟิลิปปินส์ก็คือ ทรัพยากรบุคคลของประเทศ คนฟิลิปปินส์ได้เปรียบที่ใช้ภาษากลางเป็นภาษาอังกฤษได้ดี การติดต่อต่างประเทศและการรับเอาเรื่องราวที่เป็นส่วนตะวันตกทำได้ง่าย และสำคัญคือ คนฟิลิปปินส์ที่เป็นนักธุรกิจมีเครือข่ายทั่วโลกและด้วยความเป็นคนอดทนสูงทำให้ประเทศฟิลิปปินส์ไม่น้อยหน้าไทย นักธุรกิจของฟิลิปปินส์แต่เดิมถือว่ามีบทบาทในเขตเอเชียอย่างมาก ย้อนยุคไปในสมัยตั้งแต่ประธานาธิบดีมาร์กอสยังเรืองอำนาจนั้น ความเจริญของฟิลิปปินส์ถือว่าดีกว่าประเทศอื่นในเอเชียใต้ก็ว่าได้ บ้านเรายังจำได้ว่าถ้าจะไปเรียนต่างประเทศแล้วละก็มักจะส่งไปเรียนที่ฟิลิปปินส์กัน เนื่องจากค่าใช้จ่ายถูกกว่าและก็ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีเหมือนกันรวมถึงวิธีการทำการค้าที่มีวินัยและรูปแบบที่ดีกว่า เพียงแต่มาระยะหลังนี่เองที่การเมืองของบ้านเขาทำให้ประเทศที่เคยรุ่งเรืองดิ่งลงเหวไปอย่างน่าเสียดาย
ปีนี้ได้ฤกษ์เสียทีที่ผมต้องเดินทางไปพบกับนักธุรกิจในฟิลิปปินส์หลังจากไม่ได้คิดจะไปเลยมากว่า 7 ปี และแน่นอนต้องไม่พลาดงานไปดูแฟรนไชส์ของบ้านเขารวมถึงครั้งนี้ต้องเข้าร่วมกลุ่มสัมมนาแฟรนไชส์ระดับโลกที่สมาคมแฟรนไชส์ฟิลิปปินส์จัดขึ้นมาร่วมกับทางสมาคมแฟรนไชส์สากล IFA ของอเมริกาด้วย อย่างที่ผมเองก็เคยเล่าให้ฟังแล้วว่าในประเทศฟิลิปปินส์นั้นระบบแฟรนไชส์ของเขามีการพัฒนาไปได้ไกลกว่าบ้านเราอย่างมาก รูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์ฟิลิปปินส์นั้นมีทั้งจากต่างประเทศและของในประเทศเอง แฟรนไชส์ต่างประเทศเรียกได้ว่ามีแทบทุกยี่ห้อที่ว่าดังในอเมริกาจะมาหาดูได้จากที่นี่ ส่วนแฟรนไชส์บ้านเขาเองที่พัฒนาขึ้นนั้นต่างมีความแข็งแรงอายุธุรกิจยาวนานและมีการกระจายสาขาได้อย่างดี ตัวอย่างที่เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบในใจของผมอย่างเช่น ธุรกิจร้านอาหารที่เป็นการปรับร้านที่มีอายุเป็นร้อยปี นำมาสร้างเป็นแฟรนไชส์ที่มีสาขาเป็นร้อยสาขาในปัจจุบัน และธุรกิจเก่าแก่นำมาพัฒนาใหม่อย่างนี้หาได้ไม่ยากในระบบแฟรนไชส์ฟิลิปปินส์ ถ้านับแฟรนไชส์ของเขาแล้วจะพบว่ามีไม่น้อยกว่า 860 บริษัทมากกว่าบ้านเราเกินสองเท่า และมีการเติบโตต่อเนื่อง เป็นไปได้ที่การบริหารธุรกิจสาขาแบบแฟรนไชส์ได้รับความนิยมก็เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นเกาะมากมายถึง 7,000 กว่าเกาะทำให้การกระจายสาขาธุรกิจในระบบแฟรนไชส์มีความเหมาะสมไปด้วย ขนาดตลาดที่มีประชากรมากกว่า 85 ล้านรวมทั้งนักธุรกิจที่มีความเข้าใจในระบบธุรกิจที่ขยายสาขาอย่างดี ธุรกิจแฟรนไชส์บางตัวที่เป็นของฟิลิปปินส์เองได้รับความนิยมอย่างสูง หรือบางทีดีกว่าร้านแฟรนไชส์ของอเมริกันต้นฉบับเสียอีก ดังนั้นการไปคราวนี้ของผมก็เหมือนกับการดูธุรกิจแฟรนไชส์บ้านเราในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ความน่าสนใจของการดูงานแฟรนไชส์ฟิลิปปินส์อีกด้าน คือเรื่องกฎหมาย แฟรนไชส์ในฟิลิปปินส์นั้นประชาชนต่างดูแลตัวเอง เนื่องจากขาดความเชื่อมั่นในตัวรัฐบาลและข้าราชการทำให้คนฟิลิปปินส์ไม่ยอมให้รัฐออกกฎหมายมาคุ้มครองเพราะกลัวการเบียดบังที่อาจไม่สร้างความสะดวกในเรื่องต่างๆพอบอกว่าจะให้รัฐคุ้มครองนักธุรกิจแฟรนไชส์ฟิลิปปินส์จะร้องยี้ทันที
วันนี้แฟรนไชส์ฟิลิปปินส์ยังคงคืบหน้าเติบโตด้วยแรงใจร่วมกันของภาคเอกชนแท้ๆ คิดไปแล้วก็ยังน่าดีใจสำหรับคนไทยอย่างผมเพราะผมแค่คิดว่า ถ้าบ้านเขาเกิดมีรัฐบาลที่จริงใจลดเรื่องที่ไม่น่าพอใจลงมาบ้างไม่ต้องถึงกับหมดไปหรอกครับแต่ให้พอที่จะสนับสนุนภาคเอกชนเขาเองบ้าง เมื่อนั้นแล้วสงสัยว่าบ้านเราเองนั้นคงจะต้องวิ่งตามเขาอีกยาวไกล ขนาดวันนี้แฟรนไชส์ฟิลิปปินส์ยังเข้มแข็งเกรียงไกร ต้องขอยกนิ้วโป้งแสดงความคาราวะชมเชยไว้ ณ. ทีนี้อีกครั้งครับ.







