Home แฟรนไชส์สากล แฟรนไชส์ประเทศฟิลิปปินส์ แฟรนไชส์ต่างประเทศ: ตอน ฟิลิปปินส์ 1

แฟรนไชส์ต่างประเทศ: ตอน ฟิลิปปินส์ 1

อีเมล พิมพ์ PDF

                ประเทศในเขตเอเชียตอนใต้นั้นส่วนใหญ่มักจะมีความสามารถทางภาษามากกว่าจะพูดเพียงภาษาบ้านของตัวเองเท่านั้น และภาษาที่สำคัญใช้กันส่วนใหญ่ก็คือ ภาษาจีนกับอังกฤษ พูดไปแล้วภาษาจีนนั้นแม้ว่าจะมีหลากหลายแยกย่อยลงไปอีกแต่ส่วนใหญ่ก็ยังจะสามารถสื่อสารกันพอได้ สังเกตว่าประเทศที่พูดจีนกันก็อย่างเช่น สิงคโปร์ มาเลเซียก็พูดได้ ฮ่องกงแน่นอนอยู่แล้ว อินโดนีเซีย ใต้หวัน และแม้กระทั่งเวียตนาม นักธุรกิจเหล่านี้พูดคุยกันเองอย่างสบาย พอดีที่จีนกลับมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจด้วยแล้วเลยเท่ากับทำให้ประเทศเหล่านี้ได้เปรียบไปใหญ่การค้าขายเปิดทางให้ทันที ส่วนใหญ่แล้วคนจีนเมื่อพูดภาษาเขาได้ความรู้สึกเป็นเพื่อนกันก็จะเกิดขึ้นทันทีการติดต่อพูดคุยสะดวกขึ้น ข้อดีที่สุดก็คือ จะไม่โดนหลอกง่ายๆเหมือนคนที่พูดจีนไม่ได้  ส่วนอีกพวกที่ต้องอาศัยภาษาอังกฤษเป็นตัวสื่อกลางก็คือ ประเทศอย่างฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซียรวมอย่างพม่าด้วย เท่ากับภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักไป นอกจากประเทศที่ว่าเหล่านั้นแล้ว ประเทศที่เหลือก็ถือภาษาอังกฤษเป็นภาษารองใช้เป็นภาษาเพื่อติดต่อน้อยกว่ามาก ซึ่งคนส่วนใหญ่ในประเทศที่ว่าก็จะพูดไม่ได้เสียมากกว่า อย่างไทย ลาว เขมร เวียตนาม จีน เมื่อการค้าที่ต้องผ่านอีกภาษาบางครั้งก็สร้างปัญหาให้ได้เหมือนกัน ด้วยธรรมชาติดังกล่าวทำให้เมื่อมีเวลาจับกลุ่มกันพวกพูดจีนก็จะคุยกันเองโฉ่งฉ่างก็จะเหลือแต่พี่ไทย กับพี่ปินส์เท่านั้นที่คุยกันกระหนุงกระหนิงด้วยภาษาไทยกริษ กับปินส์นิส กันใหญ่ได้ความบ้างไม่ได้บ้าง ความคล้ายกันและการจับกลุ่มดังกล่าวนักเรียนนอกหลายคนจึงมีเพื่อนเป็นฟิลิปปินส์ด้วยเหตุนี้


          การใช้ภาษาอังกฤษได้ดีทำให้คนในประเทศมีการปรับตัวเข้ากับระบบสังคมการค้าสมัยใหม่ได้ดีไปด้วย เนื่องจากการกระจายตัวของธุรกิจข้ามชาติและการรับวัฒนธรรมจากตะวันตกประเทศชั้นนำทางการค้าก็ทำได้ง่าย เขาบอกว่าถ้าเราไปฟิลิปปินส์เกิดมีโอกาสเดินไปตามชนบทแล้วตะโกนถามชาวสวนชาวไร่ เซย์ฮัลโล ฮาวอาร์ยู อาจจะงงเมื่อเขาตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษได้ชัดเจน เพราะคนฟิลิปปินส์โนนอกจากพูดภาษาตาการอกภาษาท้องถิ่นแล้วจะมีถึง 94% พูดภาษาอังกฤษได้ ส่วนบ้านเราที่บังคับนักเรียนเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่เท้าเท่าฝาหอยจนเติบใหญ่ พอให้พูดภาษาต่างด้าวท้าวอังกฤษก็ต้องไล่ ประโยค วรรคตอนรวมทั้งไวยกรณ์ให้วุ่นวาย ด้วยเหตุฉะนี้ เรื่องของการค้าการขายบางเรื่องเราจึงด้อยทางกว่าฟิลิปปินส์ ก็เป็นได้  แต่ถ้ามองโดยภาพรวมแล้วบ้านเมืองฟิลิปปินส์นั้นดูจะล้าหลังกว่าบ้านเราเดินตามไม่ทันกัน คาดจากสายตาที่เห็นสภาพบ้านเมืองแล้วก็คงไม่น้อยกว่า ห้าหกปี ส่วนเรื่องระบบเศรษฐกิจก็ยังไปช้ากว่าเนื่องจากสภาวะการเมืองไม่แข็งแรงก็เลยปล่อยให้เราแซงไปอย่างสวยงาม ค่าเงินของฟิลิปปินส์ที่เรียกว่า เปโซนั้นเทียบกับเงินบาทเกือบเท่ากัน หนึ่งบาทเท่ากับหนึ่งเปโซแต่หลังๆนี้อาจจะอ่อนค่าลงไปสักหน่อย ความเหมือนอีกอย่างก็คือ ถ้าเอาคนฟิลิปปินส์มายืนข้างคนไทยแล้วให้ใครแยกแยะ บอกได้เลยว่ายากมากๆที่จะบอกว่าไผเป็นไทย ไผเป็นปินส์  นอกจากนั้นจำนวนประชากรก็ใกล้เคียงกับเวียตนามอยู่ที่ 82 ล้านคนพอกัน 30% เป็นกลุ่มคนทำงาน อายุระหว่าง 30- 59 ปี แต่เนื่องจากสภาพของพื้นที่ประเทศเป็นเกาะกว่าเจ็ดพันเกาะ ทำให้การบริหารการเมืองปกครองยากไปด้วย

          กลับมาดูเรื่องแฟรนไชส์กันบ้างนะครับ ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่มีจำนวนแฟรนไชส์มากเป็นพิเศษ สภาพการค้าที่ถูกต่างประเทศยึดครองไปส่วนใหญ่ ฟิลิปปินส์มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ทั้งของในประเทศและจากต่างประเทศรวมทั้งมีห้างวอลล์มาร์ทกับเขาด้วย และมีร้านค้าโมเดิร์นเทรดทุกยี่ห้อเหมือนบ้านเรา ถ้าย้อนไปดูระบบแฟรนไชส์บ้านเขานั้นในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมามีการเติบโตขึ้นเกือบสิบเท่า ขอย้ำ สิบเท่าตัวครับ นี่แหละที่ทำให้ผมต้องมองและศึกษามาบอกท่านผู้อ่านกัน ว่าทำมั๊ย ทำไม บ้านเขาจึงเกิดปฏิวัติระบบร้านค้าย่อยเข้าสู่แฟรนไชส์อย่างรวดเร็วและรุนแรง และจะมีผลกระทบอะไรบ้าง

          การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจแฟรนไชส์ฟิลิปปินส์นั้น เริ่มตั้งแต่ปี 2000 ประมาณสัก5 ปีเท่านั้น โดยเกิดจากการปรับสภาพของความเป็นอยู่ที่น่าจะเรียกว่ามีแนวโน้มดีขึ้น ประชาชนสนใจในสุขภาพ ความงาม ถึงแม้ว่าจะเห็นข่าวเรื่องการขัดแย้งด้านการเมืองของชาวปินส์มากมายก็ตาม แต่กระแสของวัฒนธรรมที่มาพร้อมกับการกระจายตัวของชาวฟิลิปปินส์ก็ยังแรงมากกว่า นักธุรกิจด้านแฟรนไชส์ สถาบันการศึกษา และหน่วยงานของรัฐเองนั่นแหละที่เป็นแกนกลางผลักดันให้ระบบแฟรนไชส์เกิดการยอมรับและเติบโตมากขึ้น เป็นที่น่าสังเกตเหมือนกันในหลายประเทศที่เมื่อเกิดการถดถอยของเศรษฐกิจแล้วในช่วงระยะปรับตัวกลับเข้าที่ระบบแฟรนไชส์ก็จะได้รับการตอบสนองจากนักลงทุนระดับ SMEs อย่างมาก

          การปรับตัวในการใช้ชีวิตของคนฟิลิปปินส์ จากด้านการใช้เทคโนโลยี โครงการพัฒนาพื้นฐานถนนหนทางเพิ่มขึ้น สังคมที่ซับซ้อนทำให้ทุกคนเน้นเรื่องความสะดวกเป็นเรื่องใหญ่ไป  นอกจากนั้นธุรกิจในระบบแฟรนไชส์เป็นระบบงานที่สร้างทั้งตำแหน่งงาน และสร้างเถ้าแก่ใหม่มากมายคาดกันว่าในปีล่าสุด มีสาขาร้านต่างๆในระบบแฟรนไชส์ทั้งต่างประเทศและในประเทศไม่น้อยกว่า 68,000 จุดจำหน่ายมากกว่าไทยห้าเท่า สาขาร้านค้าเหล่านั้นรองรับการทำงานคนนับล้านคน ถ้านับบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นต้นแบบแฟรนไชส์ซอร์นั้นมีถึง 850 บริษัท เป็นต่างประเทศประมาณ 374 บริษัท และของฟิลิปปินส์เอง 476 ยี่ห้อ ซึ่งเท่ากับว่าจำนวนแฟรนไชส์ซอร์ที่เป็นธุรกิจในประเทศได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย จากเดิมที่ส่วนใหญ่แฟรนไชส์จะเป็นของนอกเสียมาก การนิยมลงทุนแฟรนไชส์ในประเทศที่มีระบบดีขึ้นวางรูปแบบการสร้างตราดีขึ้น พร้อมกับราคาการซื้อแฟรนไชส์ย่อมเยากว่า ความได้เปรียบด้านนี้ก็ทำให้การขยายตัวแฟรนไชส์ในบ้านขยับตัวต่อเนื่อง แบรนด์ใหญ่อย่าง จอลลี่บี ที่ขายแฮมเบอร์เกอร์เหมือนแมคโดนัลด์ นั้นมีสาขาและธุรกิจใหญ่กว่าแมคอย่างเห็นได้ชัด นับเป็นแฟรนไชส์แนวหน้าของบ้านเขาเองที่ใหญ่กว่าธุรกิจระดับโลกได้เต็มปากเต็มคำ

          ลักษณะของธุรกิจแฟรนไชส์ของฟิลิปปินส์นั้นโดยทั่วไปก็จะเป็นพวก ธุรกิจการให้บริการอย่างเช่น บริษัทรักษาความปลอดภัย SECURITY SERVICES ที่เป็นธุรกิจที่ได้รับการบริการนิยมอย่างมาก จะเห็นว่ามียามป้องกันทั้งธุรกิจร้านค้า บ้านเรือนที่พักอาศัยมากมาย แฟรนไชส์ต่อมาก็จะเป็นธุรกิจด้านการพิมพ์  PRINTING AND ELECTRONIC PUBLISHING ในระยะห้าหกปีที่ผ่านมามีความต้องการในตลาดสูงขึ้น ส่วนอาหารและเครื่องดื่ม FOOD AND BEVERAGE ก็ยังได้รับความนิยมด้วยเช่นกัน นอกจากนั้นด้านรถยนต์ เช่น การซ่อม การล้าง ให้บริการ CAR SERVICES & ACCESSORIES มีมากมายคนต้องการเช่นเดียวกัน และธุรกิจที่ตามกระแสอีกอย่างก็คือ ธุรกิจด้านความงามสุขภาพ  HEALTH SERVICES สุดท้ายก็คือ เครื่องสำอางความงาม เครื่องใช้ในห้องน้ำ COSMETICS AND TOILETRIES มีทั้งการเปิดร้านเป็นสาขาและระบบแฟรนไชส์  แฟรนไชส์ด้านธุรกิจด้านการซ่อมแซมทำความสะอาดก็เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงร้านซักแห้ง LAUNDRY SERVICES ที่เกาะกระแสตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมด้วย นอกจากนั้นก็เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ลงทุนขนาดใหญ่อย่างเช่น โรงแรม HOTELS AND MOTELS สุดท้ายก็จะเป็นธุรกิจค้าปลีกร้านสะดวกซื้อ RETAIL เช่น เซเว่านได้รับความสำเร็จมากทีเดียวแม้ว่าสาขาจะน้อยกว่าบ้านเราก็ตามแต่ในอนาคตก็จะมีอัตราการเติบโตน่าสนใจ การแยกย่อยในธุรกิจแฟรนไชส์ไม่กองอยู่ในประเภทใดประเภทหนึ่งนั้น ทำให้เห็นถึงภาวการณ์เติบโตของระบบแฟรนไชส์ที่มีมาก การใช้ชีวิตของผู้บริโภครับเอาธุรกิจด้านบริการมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้มองได้ว่าระบบแฟรนไชส์ฟิลิปปินส์ได้เติบโตจริงจังเท่าๆกับประเทศตะวันตกทีเดียว

          แนวทางที่เกิดขึ้นของภาพธุรกิจแฟรนไชส์ของฟิลิปปินส์ทำให้สะท้อนอิทธิพลของระบบธุรกิจแบบแฟรไชส์ต่อสภาพการค้าโดยรวมได้มากขึ้น กระแสของการขยายตัวธุรกิจอย่างนี้ได้เกิดขึ้นจริงไม่ว่าจะใน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน มาเลเซีย ออสเตรเลีย ไล่กระทบมาอย่างต่อเนื่อง บ้านเราเองนั้นถ้ามีใครได้เห็นตัวเลขของการส่งค่าใช้จ่ายเรื่องแฟรนไชส์ให้กับธุรกิจต่างประเทศก็อาจจะตกใจได้ เพราะตัวเลขเหล่านั้นไม่น้อยเลยทีเดียว

          คำถามก็ตกอยู่ที่ว่า เมื่อไรระบบแฟรนไชส์ของไทยจะเข้มแข็งได้ซักที เผื่อจะได้เป็นตัวอย่างของการขยายธุรกิจที่เป็นรากหญ้ามีขนาดเล็กแต่ทำงานกันอย่างเป็นเครือข่ายถูกระบบ และทำอย่างไรที่จะให้ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นแนวทางการแก้กระแสที่ร้านค้าต่างชาติเข้ายึดพื้นที่การค้าธุรกิจดั้งเดิมที่ไม่ตอบสนองความต้องการของสังคมใหม่เสียแล้วรวมทั้งเป็นตัวกระตุ้นในการเปลี่ยนการค้ารุ่นเก่าเข้ามาสู่ระบบตลาดสมัยใหม่ได้ด้วย.

แก้ไขล่าสุด ( จันทร์, 12 พฤษภาคม 2008 15:07 )