เกือบ 9 ปีแล้ว ที่โดมิโนพิซซ่าได้เปิดธุรกิจในประเทศอินเดีย Domino's Pizza India Ltd (DPIL) โดยปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 85 สาขาใน 27 เมือง และกำลังวางแผนที่จะขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์โดยได้วางแผนที่จะขายแฟรนไชส์อีก 5-6 สาขาภายในเดือนมีนาคม 2005
โดมิโน พิซซ่า ผู้ทำธุรกิจแฟรนไชส์พิซซ่าแบบส่งถึงที่รายหลักที่มีสาขากว่า 7,096 สาขาทั่วโลกแจ้งว่าสามารถพิสูจน์ได้แล้วว่ารูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบแฟรนไชส์ประสบความสำเร็จในการทำตลาดในประเทศอินเดีย ถึงเวลาที่จะขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์แล้วเนื่องจากส่วนแบ่งของธุรกิจด้านอาหารได้กำไรเพิ่มขึ้นมากจากการที่ธุรกิจค้าปลีกบูม ธุรกิจพิซซ่ามีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 20-25%ต่อปี
จุดแรกที่จะขยายจะใช้ในเขตเมืองรอบนอกที่ติดกับเมืองใหญ่เช่น Pune, Ahmedabad, Baroda, Coimbatore, Cochin, Kanpur and Lucknow โดยจะคิดค่าธรรมเนียมแฟรนช์ที่ 1 ล้านรูปี ,ค่าโรยัลตี้ฟีที่ 6% และค่าการตลาด 5% จากการขาย ส่วนความเป็นไปได้ที่จะปรับร้านสาขาของตัวเองให้เป็นสาขาของแฟรนไชส์ซียังไม่ได้ข้อสรุป
DPIL ซึ่งเป็นมาสเตอร์แฟรนไชส์ของโดมิโนพิซซ่าในประเทศอินเดีย, เนปาล, บังคลาเทศ และศรีลังกา กล่าวว่าเป็นผู้นำด้านการตลาดซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 65% ของธุรกิจพิซซ่าแบบส่งถึงที่
กาแฟแดนภารตะ
คอฟฟี่ เวิลด์ ประเทศไทย ร้านกาแฟสาขาที่ดำเนินการโดย Global Franchise Architects (เป็นเจ้าของแบรนด์ Pizza Corner India)จะเปิดร้านสาขาแรกในเมืองบังกาลอ และในเดือนเมษายน ปีหน้า Ravi Jaipuria Group (6,000 ล้านรูปี) จะนำกาแฟแบรนด์ costa coffee เข้าสู่ประเทศอินเดียด้วยการเป็นแฟรนไชส์ซีของ Whitebread PLC (1.8 ร้อยล้านปอนด์) จากประเทศอังกฤษ
หลังจากการขาย stake ในบริษัท Barista coffee, เดือนนี้ Tata coffee ได้เปิดร้าน Mr.bean coffee junction ใน chennai แล้วอะไรจะเกิดขึ้นในธุรกิจกาแฟที่มีมูลค่า 2,500 ล้านรูปี? ปริมาณการบริโภคกาแฟในประเทศอินเดียกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น และได้เพิ่มขึ้นจาก 55,000 ตัน เป็น 75,000 ตันในช่วง 3 ปีนี้หลังจากที่ซบเซามาเป็นเวลานาน ด้วยอัตราการเติบโตของธุรกิจฟาสต์ฟู้ดส์ 40%ต่อปี การบริโภคกาแฟก็เพิ่มขึ้นด้วย เห็นได้ชัดว่าผู้ที่ทำธุรกิจกาแฟกำลังมองหาโอกาสในการขยายส่วนแบ่งทางการตลาดโดยการนำเสนอแบบครบวงจร เช่น กาแฟ, อาหาร, บรรยากาศที่ดี, อินเตอร์เนทไร้สายความเร็วสูง และตู้เพลง ต่อกลุ่มลูกค้าระดับกลางที่อยากจะเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมโลก
ปัจจุบันอินเดียมีร้านกาแฟอยู่ไม่เกินกว่า 350 ร้าน แต่ที่ปรึกษาธุรกิจค้าปลีก KSA Technopak คาดว่าประเทศอินเดียมีความเป็นไปได้ที่จะมีร้านกาแฟอยู่ที่ 2,000 ร้าน (Retail brands say it could be 3,000 – 5,000 outlet) อินเดียยังมีความต้องการสูงและต้องการการเปิดตลาดที่สูงเช่นกัน
จะเรียกว่าเป็นการปฏิวัติวงการค้าปลีกกาแฟ ในเวลานี้ก็ดูจะเกินไป แต่ผู้ค้าแบรนด์ท้องถิ่น เช่น Barista, Café coffee day และแบรนด์ต่างประเทศที่เข้ามาใหม่ต่างก็เร่งขยายธุรกิจ niche coffee retail format กำลังเติบโตขึ้น 10-12%ต่อปี Barista วางแผนที่จะเพิ่มสาขาจาก 120 เป็น 450 ร้านใน อีก 3 ปีข้างหน้า ผู้บริหารของ Barista กล่าวว่า บริษัทจะลงทุนอีก 500-600 ล้านรูปีในการขยายธุรกิจ ปัจจุบันนี้ Barista เป็นของ Sterling Infotech Grop
เช่นเดียวกับแบรนด์ Café coffee day ภายใต้การดำเนินงานของ Amalgamated Bean Coffee trading Co., (2,000 ล้านรูปี) วางแผนที่จะเพิ่มจำนวนสาขาจาก 200 เป็น 500 ภายใน 2 ปี ส่วน coffee world วางแผนที่จะเปิดร้านสาขาจำนวน 27 ร้านภายในปี 2005 ด้วยระบบแฟรนไชส์ ทั้งนี้ผู้ดำเนินธุรกิจกาแฟต่างก็มองที่สัดส่วนของอาหารและเครื่องดื่มที่เท่ากันเพื่อทำกำไร ตัวอย่างเช่น ทั้ง Coffee world และ Costa บอกว่า 60%ของรายได้มาจากอาหาร ในขณะที่ Jaipuria Group (แฟรนไชส์ซีแบรนด์ Costa)ก็เป็นเจ้าของแบรนด์ Pizza Hut และ Cream Bell ด้วย ส่วน Coffee world ก็อยู่ค่ายเดียวกับ Pizza Corner “แต่ราคายังคงเป็นสิ่งที่โหดร้ายอยู่เนื่องจากยังไม่มีใครพร้อมที่จะจ่ายราคาของสตาร์บัคส์” ค่าย Jaipuria กล่าว แล้วอย่างนี้ธุรกิจกาแฟร้านสาขาจะทำกำไรได้หรือ? Café Coffee Day อ้างว่า ได้ผ่านจุดคุ้มทุน (Break Even) ที่ 55 ร้านเมื่อปีที่แล้ว และแฟรนไชส์ซีก็ทำกำไรได้ 15-20 % ต่อปี แต่สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือการมีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างค่าเช่าและรายได้ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญของการมีกำไร”
ฮาร์ด รอค คาเฟ่ เขย่าอินเดีย
ฮาร์ด รอค คาเฟ่ หนึ่งในร้านอาหารแบบสาขาตั้งเป้าหมายที่จะเปิดประตูสู่อินเดียโดยคาดว่าจะเปิดเป็นครั้งแรกราวกลางปีหน้าที่เมืองมุมไบ
การดำเนินงานของ ฮาร์ด รอค คาเฟ ในอินเดียจะดำเนินงานภายใต้ชื่อบริษัท Hard Rock Café India Pvt Ltd. ภายใต้การบริหารของ Jay Singh และ Sanjay Mehtani ซึ่ง Singh เป็น sub-franchisee ของ F Bar and Lounge ในเดลี ส่วน Mehtani ก็ได้สิทธิดูแล F Bar and Lounge ใน Bangalore ทั้งสองคนปฏิเสธที่จะให้ความเห็นที่จะนำ Hard Rock Café เข้ามาในอินเดีย
ถึงแม้ว่า Hard Rock Café จะเปิดดำเนินการในหลายประเทศในเอเชียเช่น คูเวต, สิงคโปร์, มะนิลา, กัวลาลัมเปอร์ และนาโกยา แต่เป็นครั้งแรกที่จะเข้าสู่ประเทศอินเดีย Hard Rock Café ร้านแรกเปิดขึ้นในปี 1971 ที่ลอนดอน โดย Peter Morton และ Isaac Tigrett กว่า 33 ปีที่ผ่านมาได้ขยายจำนวนร้านกว่า 115 สาขา ใน 44 ประเทศทั่วโลก Hard Rock Café นั้นเป็นร้านอาหารอเมริกันที่มีราคาพอสมควร และมีของสะสมด้านดนตรี rock and roll กว่า 6,000 ชิ้น รวมทั้ง กีต้าร์, โปสเตอร์, เนื้อเพลง, รูปถ่าย, ชุดแต่งกาย และอื่นๆที่เป็นสิ่งระลึกถึงนักดนตรี rock and roll ยุคก่อนเช่น Elvis Presley และ Bill Haley จนถึงยุคใหม่เช่น Spin Doctors และ Pearl Jam และส่วนหนึ่งของของสะสมนี้จะหมุนเวียนกันไปในแต่ละสาขา
¬ในแต่ละร้านจะมีมุมขายของที่ระลึกภายใต้แบรนด์ Hard Rock Café เช่น เสื้อผ้า
การเริ่มต้นขยายธุรกิจของ Hard rock café เริ่มตั้งแต่ปี 1982 เมื่อผู้ก่อตั้งทั้งสองติดสินใจพัฒนาร้านของตัวเองไปยังเมืองต่างๆ วันนี้ แบรนด์ Hard rock Café ภายใต้ชื่อบริษัท Hard Rock International (HRI) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Rank Group Plc – บริษัทซึ่งทำธุรกิจด้านความบันเทิง ในลอนดอน ได้ปรับเปลี่ยนไปทำธุรกิจอื่นโดยการเปิดโรงแรม 2 แห่งและคาสิโนในเมือง Tampa (Florida) และ Hollywood เมื่อต้นปีที่ผ่านมา สำหรับครึ่งปีงบประมาณแรก HRI มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 205.4 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับจำนวน 185.3 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลกำไรลดลงจาก 21.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (6เดือนแรกของปี 2003-04) เป็น 21.1 ล้านเหรียญสหรัฐ







