วันนี้ขออนุญาตถือเป็นปีใหม่ อวยพรให้ผู้อ่านที่รักทุกท่านมีความสุขกันถ้วนทั่วหน้า คิดสิ่งใดสมความปรารถนานะครับ อย่าไปคิดมากเรื่องระเบิดกวนเมืองเลย ชีวิตก็ต้องอย่างนี้แหละครับ ถือเป็นสีสันที่ต้องฝ่าฟันกันต่อไป และก็ต้องถือเป็นฤกษ์ดีสำหรับเริ่มคอลัมน์ในแนวทางใหม่ที่เน้น
เป็นหูเป็นตา รวมทั้งเป็นปากเรื่องของการตลาดให้กับพี่น้องกันบ้าง บางทีสาระสำคัญที่เราต้องได้รับการนำเสนอข่าวสาร การซื้อหาของใช้ หรือการรับการบริการที่แต่ธุรกิจพยายามประเคนให้มากมายจนเลือกไม่ถูกขณะนี้กลับปรากฏอยู่เสมอว่า ธุรกิจเหล่านั้นลืมคิดในแง่ของผู้บริโภค ไม่เข้าใจความต้องการ หรือจินตนาการเพลิดไปกับความคิดสร้างสรรค์มากไป ก็เลยต้องตะโกนเสียงดังให้หันกลับมามองคนกินคนใช้กันบ้าง
ชีวิตประจำวันของคนเมืองหลวงทุกวันนี้เราจำเป็นที่จะต้องตื่นขึ้นมาไปทำงานระหว่างทางก็ต้องทนกับสารพัดเรื่องตั้งแต่รถติดจนถึงการให้บริการของงานด้านสาธารณะที่ยังพอทำใจให้อภัยกันได้บ้าง แต่ที่สำคัญกับการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องไปซื้อหาเสียเงินแต่ธุรกิจนั้นกลับมองข้ามคนใช้ไปเสีย....
เริ่มตัวอย่างจากร้านขายของใช้ประจำวันที่ร้านเล็กๆเรียกว่าร้านสะดวกซื้อที่มีกันเกลื่อนเมือง
ไม่เข้าใจว่าร้านก็ออกแบบให้สะดวกได้แต่ทำไมกับพื้นที่การวางของที่จะซื้อมันถึงไม่ค่อยจะมี เต็มไปด้วยสินค้าที่เข้าใจอยู่ว่าธุรกิจท่านได้ประโยชน์จากการวางสินค้าเหล่านั้นให้ชวนซื้อแต่ช่วยคิดถึงคนเป็นลูกค้าที่ต้องเข้าแถวรอแล้วกระมิดกระเมี้ยนวางสินค้าแบบต้องแหวกช่องวางคนซื้อคนแรกวางของแล้วคนที่สองที่ต่อแถวก็จำเป็นต้องถือของที่อยากซื้อเอาไว้เองหาที่วางไม่ได้ หรือระบบอย่างนี้มีขึ้นเพราะว่าไม่อยากให้ซื้อเยอะก็เลยเหลือที่ตอนจะจ่ายสตางค์เว้นไว้น้อยหนักหนาเพื่อลงโทษคนซื้อซะงั้น.
ส่วนอีกรายก็คล้ายกัน เป็นการไปจับจ่ายสินค้ากับห้างร้านขนาดใหญ่ที่เขาเรียกว่า โมเดิร์นเทรด
ทุกวันนี้ปัญหาที่เชื่อว่าทุกคนมักจะพบก็คือ เมื่อคนในเมืองมีเวลาที่วางไว้มาตรฐานเดียวกันหยุดพร้อมกันทำงานและกินเป็นเวลาที่ตรงกัน เมื่อถึงต้องเป็นคราวจับจ่ายซื้อของก็เป็นเวลาเดียวกันซะด้วย แล้วก็เกิดโกลาหล ปัญหาของการต้องรอคิวยาวมากเกินไปคนซื้อเวลาจะจ่ายเงินทำท่าเหมือนม้าจะเข้าวิน อึกอักแข่งกันหาทางเข้าช่องที่มีคนรอแถวที่สั้นที่สุดบางทีกระทบกระทั่งระหว่างลูกค้า หรือต้องมีการทิ้งตะกร้ากลางคันเพราะรอไม่ไหว ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ก็มีคนคิดหาทางแก้ขึ้นมาโดยสร้างทางด่วนจ่ายเงินสำหรับผู้ซื้อสินค้าน้อยชิ้นเพื่อจะลดจำนวนคิวลง แต่เหมือนการแก้ไม่ถูกที่เกา
เอ้อ..เกาไม่ถูกที่คัน เพราะคนที่ซื้อเยอะที่น่าจะเป็นลูกค้าที่ดีต้องมองคนที่ซื้อน้อยจ่ายเงินได้เร็วกว่า ไม่ต้องคอยคิว แล้วหันมามองพวกรอเข้าแถวแต่ซื้อของมากเหมือนเยาะเย้ยถากถางด้วยสายตา ว่าสมน้ำหน้าไอ้พวกซื้อเยอะ เขาไม่ให้ซื้อมาก นอกจากเสียเงินมากแล้วก็ต้องรอนาน เห็นมั๊ย.....
บริการกลายเป็นบริกรรม คือเป็นกรรมของลูกค้าที่ต้องไปใช้บริการ ทำมั๊ย.......ไม่คิดไม่เห็นใจลูกค้ามือหนักแทนมีช่องทางด่วนคนซื้อเยอะ มีการบริการพิเศษ สำหรับคนซื้อสองรถเข็น เน้นช่วยเหลือลูกค้าประจำช่องทางด่วนสำหรับลูกค้ารายใหญ่แทนที่จะเป็นบริการพิเศษสำหรับคนไม่ต้องการซื้อมาก อย่างนี้ถ้าเป็นการคิดผิด ก็คิดใหม่ดีไหมครับลูกพี่..........








