วันหนึ่งไปกินอาหารร้านชื่อดัง อย่าให้บอกชื่อเลยครับเดี๋ยวจะโดนเขาเขม่นเอา อีกอย่างถือเป็นโอกาสที่ให้กันสักหน่อยเพื่อการแก้ตัว เรื่องมีอยู่ว่า ร้านนี้เปิดมานานจนเป็นร้านที่ปู่กินได้หลานกินดี มากินกันเป็นร้านประจำครอบครัวจะว่าอย่างนั้นก็ได้ ร้านค้าเมื่อเติบโตก็มีการขยายสาขา เปิดร้านเพิ่ม การเปิดร้านใหม่ก็ดูฉุกละหุกธรรมดา
ปัญหาก็คือ พนักงานที่ยังไม่ได้รับการฝึกมาให้เหมาะสมกับร้านต้นตำรับเลย ภายหลังเจ้าของก็ยอมรับละครับว่า พนักงานบางคนมาจากต่างจังหวัดและเรียกได้ว่า พึ่งลงจากหลัง....เขา กันมาหมาดๆทีเดียว
ก็นี่แหละเหตุ พนักงานเสริฟคนหนึ่ง เดินถือซุปข้าวโพด ควันฉุยดูว่า คงร้อนเอาการ
น่าแปลก สาวน้อยที่ถือมา ไม่ยักกะใช้ ถาดใส่มาส่ง
ด้วยมือเข็งแรง วิธีการถือหมิ่นเหม่ ขาดทักษะในการปฏิบัติ
แต่ที่เกินไปกว่านั้นคือ มือที่ประคอง เธอเผลอเอานิ้วจุ่มลงไปในน้ำซุปพอเห็นอยู่ไวๆ
แปลกแต่จริง ไม่เป็นไร
อดไม่ได้คงต้องแนะนำวิธีการทำงาน และพูดเป็นเชิงเตือนด้วยความหวังดีว่า
น้อง นิ้วน้องนั้นน่ะ จุ่มลงไปในน้ำซุป(ของกู) แล้วล่ะรู้ใหม
น้องหน้าซื่อ ตอบอย่างขัดเขินว่า ไม่เป็นไรค่ะหนูทนได้ แ.....ป๋.....ว...............
น้องนั้นน่ะทนได้ แต่พี่น่ะซิต้องทนกิน
อีกเรื่อง พอเป็นกระสาย
ฉากที่เกิดเหตุ เป็นร้านอาหารหรู กลางกรุง มีอาการแบบเดียวกับร้านข้างต้น
แมลงหนอแมลง บางทีก็ไม่เข้าใจเอาซะเลย ตกลงมาบนอาหารที่สั่ง
เรียก น้องที่มีหน้าที่บริการลูกค้าล้งเล้ง กับอาการหิวข้าว วิญญาณ กระหังออกฤทธิ์
น้องก็ทำใจดีสู้เสือ เดินเข้ามาท่าทีเปิ่นๆ รู้เลย เพิ่งมาทำงานใช่มั้ยล่ะ
ไอ้เรา ก็ลูกค้าประจำ ถามเรื่องราวของอาหารที่สั่งทำไมปล่อยให้แมลงลงไปได้ ดีไม่เผลอสวาปามเข้าไป
น้องตัวสั่นตอบว่า ไม่เป็นไรค่ะ หนูไม่คิดเงินเพิ่มหรอกค่ะ แ.....ป๋.....ว...............อีกแล้ว
การฝึกหัดพนักงานและเตรียมพร้อม นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก อย่ามองข้ามทีเดียว ลูกค้าประจำมาเป็นปีๆ แต่มาเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็อาจจะถอยไปได้ แถมลูกค้าคิดในใจต่อด้วยว่า เราขาดความเอาใจใส่ที่ดี และเลิกใช้บริการชนิดหาเหตุผลไม่ได้ ของแบบนี้มันอยู่ที่ใจใช่ใหมล่ะครับ.







